
ชะลอแผนเลิกขายโซฮอล์91
กรมธุรกิจพลังงานเล็งชะลอการเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ออกไปอีก เพราะปริมาณเอทานอลไม่มั่นคง
กรมธุรกิจพลังงานเล็งชะลอการเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ออกไปอีก เพราะปริมาณเอทานอลไม่มั่นคง
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ธพ.มีแผนดำเนินงานที่สำคัญคือการปรับแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (ออยล์ แพลน 2015) โดยมีการทบทวนแผนในส่วนของการใช้น้ำมันในภาคขนส่งเพื่อสนับสนุนการใช้เอทานอล จากเดิมที่ภาครัฐกำหนดส่งเสริมการใช้เอทานอลเพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 แต่ในช่วงปลายปี 2559 กลับพบว่าเริ่มเกิดปัญหาเอทานอลตึงตัว ดังนั้นหากยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ตามแผนบริหารเดิมที่จะประกาศยกเลิกในปี 2561 อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ ปี 2559 มีการใช้เอทานอลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6 ล้านลิตร/วัน กำลังการผลิตอยู่ที่ 4.2 ล้านลิตร และปี 2560 คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4 ล้านลิตร ส่วนกำลังการผลิตคาดจะอยู่ที่ 5 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันยังเกิดปัญหาเอทานอลตึงตัวในกรณีที่บางโรงงานผลิตเอทานอลหยุดซ่อมบำรุง ประกอบกับโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งยังไม่มีความพร้อมในการผลิตน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (จีเบส) ซึ่งหากยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 อาจส่งผลกระทบให้ไทยขาดแคลนน้ำมันเบนซินพื้นฐาน เนื่องจากประชาชนจะหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่ม และทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันพื้นฐานเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุน
สำหรับแผนบริหารจัดการเดิมในกลุ่มเบนซินกำหนดให้ปี 2561 จะเหลือชนิดน้ำมันที่จำหน่ายเพียงแก๊สโซฮอล์อี10 อี20 อี85 และเบนซิน ส่วนปี 2570 แผนเดิมจะเหลือน้ำมันแค่ อี10 อี20 และ อี85 และสิ้นสุดแผนปี 2579 จะเหลือเพียง อี20 และ อี85
นอกจากนี้ ธพ.ยังเตรียมศึกษาสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ โดยเตรียมเปิดให้บริษัทที่ปรึกษามายื่นเสนอได้ภายในเดือน ม.ค. 2560 จากนั้นจะใช้เวลาศึกษา 4 เดือน และสรุปอีก 1 เดือน คาดว่ากลางปี 2560 จะนำเสนอต่อกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณา โดยการศึกษาจะต้องเน้นทั้งเรื่องปริมาณและควรให้สำรองโดยรัฐหรือไม่ และสัดส่วนเท่าใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันรัฐให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันโดยโรงกลั่นสำรองน้ำมันดิบ 6% ผู้ค้าสำรองน้ำมันสำเร็จรูป 1% ของปริมาณการจำหน่าย ซึ่งทางโรงกลั่นเองต้องการให้รัฐลดสำรองเหลือ 3.5% แต่ผู้ค้าเองก็มองต่างไป จึงต้องรอผลการศึกษาทั้งหมด
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องในปีหน้า คือการเปิดเสรีนำเข้าแอลพีจีที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เดือน ม.ค. 2560 จะต้องพิจารณาโครงสร้างราคาใหม่







