posttoday
ธีรพงศ์กำไรไอพีโอAU

ธีรพงศ์กำไรไอพีโอAU

26 ธันวาคม 2559

บิ๊ก TU ย้ำลงทุนอาฟเตอร์ยูเหตุธุรกิจน่าสนใจกำไรทันที 108 ล้าน แจงรายการบิ๊กล็อตเพิ่มสภาพคล่องหุ้นยันไม่มีอีก

บิ๊ก TU ย้ำลงทุนอาฟเตอร์ยูเหตุธุรกิจน่าสนใจกำไรทันที 108 ล้าน แจงรายการบิ๊กล็อตเพิ่มสภาพคล่องหุ้นยันไม่มีอีก

บริษัท อาฟเตอร์ ยู (AU) เข้าซื้อขายในตลาด เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกเมื่อ 23 ธ.ค. 2559 ราคาพุ่ง 200% จากราคาที่เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 4.50 บาทขึ้นไปปิดที่ 13.50 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนซื้อหุ้นไอพีโอ AU จำนวน 12 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.66% ของหุ้นทั้งหมด เป็นการลงทุนส่วนตัว เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจร้านขนมหวานของอาฟเตอร์ ยู มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีสินค้าที่สะท้อนจากการตอบรับของตลาดลูกค้าที่ดีมาก อีกทั้งผู้บริหารมีความมุ่งมั่นและมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทยังมีการเติบโตที่ดี รวมสามารถสร้างอัตรากำไรที่ดีด้วย แม้จากปัจจุบันจะมีจำนวนสาขาที่มีจำนวน 18 แห่ง ถือว่ายังไม่มาก นอกจากนี้หากมีแผนธุรกิจในอนาคตที่สามารถทำร่วมกัน รวมถึงการขยายออกไปในต่างประเทศ พร้อมให้การสนับสนุนด้วย “ผมรู้จักและสนิทสนมกันดีกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ AU หากมีอะไรที่สามารถทำร่วมกันได้ ก็พร้อมช่วย เพราะผมก็มีฐานธุรกิจอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว และยืนยันว่าลงทุนยาว โดยปัจจุบันได้เข้าไปถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 5” นายธีรพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายธีรพงศ์เข้าซื้อ AU ในราคาไอพีโอที่ 4.50 บาท ซึ่งผลจากการที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นร้อนแรง ทำให้พอร์ตลงทุนในหุ้นตัวนี้ได้รับผลกำไรกว่า 108 ล้านบาท

น.ส.จันทนี ตันตสุรฤกษ์ เลขานุการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ชี้แจงรายการซื้อขายหุ้นของบริษัท โดยผู้ถือหุ้นเดิมที่ได้ทำรายการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวน 52 ล้านหุ้น หรือ 7.2% ที่ราคา 4.50 บาท/หุ้น ในวันที่หุ้นเข้าซื้อขายวันแรกว่า การขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้นเดิมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มฐานผู้ลงทุนประเภทสถาบันเนื่องจากมีผู้ลงทุนประเภทสถาบันให้ความสนใจในจำนวนมากในช่วงการเสนอขายหุ้นไอพีโอ

นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาด (ฟรีโฟลต) เพิ่มขึ้นจาก 22.3% เป็น 29.5% และหลังจากการเสนอขายหุ้น ในครั้งนี้และไม่มีนักลงทุนสถาบันรายใดถือหุ้นในบริษัทเกิน 5% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้การขายหุ้นของบริษัทเป็นไปตามที่เปิดเผยไว้ในหนังสือชี้ชวนตอนเสนอขายหุ้นสามัญ

อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นเดิมทุกรายอยู่ในช่วงระยะเวลาห้ามขาย (Silent Period) ตามเกณฑ์ที่ห้ามขายรวม 398.75 ล้านหุ้น หรือ 55% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในระยะเวลา 1 ปี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ