
เจมาร์ทรุกฟินเทค ตั้งบริษัทใหม่ลุย
JMART รุกฟินเทค ตั้งบริษัท เจ เวนเจอร์ส ทำธุรกิจด้านพัฒนาซอฟต์แวร์และลงทุน มั่นใจหนุนผลประกอบการเติบโต
โพสต์ทูเดย์ - JMART รุกฟินเทค ตั้งบริษัท เจ เวนเจอร์ส ทำธุรกิจด้านพัฒนาซอฟต์แวร์และลงทุน มั่นใจหนุนผลประกอบการเติบโต
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท (JMART) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2559 มีมติจัดตั้ง บริษัท เจ เวนเจอร์ส ประกอบธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ รับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์และเพื่อประกอบธุรกิจลงทุนในกิจการอื่นๆ เช่น ธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยชำระทุนครั้งแรกแล้ว 25 ล้านบาท มีมูลค่าต่อหุ้น 10 บาท/หุ้น โดยเจมาร์ทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 80% ส่วนที่เหลือ 20% เป็นของนายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์
อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้บริษัทมองว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากฟินเทคเป็นแนวโน้มแห่งอนาคตของการเงินไทยที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น บริษัทจึงรุกเข้าไปขยายธุรกิจทางด้านซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟินเทค รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินในยุคดิจิทัลเพื่อรองรับธุรกิจค้าปลีก และเพื่อขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยการหาโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพ รองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทในอนาคต
ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมของกลุ่มบริษัท เจมาร์ท ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก โดยเจมาร์ทมีลูกค้าซื้อมือถือกว่า 1.3 ล้านเครื่อง/ปี ขณะที่บริษัทในเครือเสริมความแข็งแกร่ง ทั้งบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) มีฐานข้อมูลลูกหนี้กว่า 3 ล้านราย และเจ ฟินเทค ปัจจุบันมีลูกค้าสินเชื่อกว่า 1 แสนราย นับเป็นกลุ่มบริษัทที่มีข้อมูลบิ๊กดาต้าในการต่อยอดธุรกิจอย่างแข็งแกร่งต่อไป
“ในอนาคตเทคโนโลยีทางด้านการเงิน หรือฟินเทค จะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก ซึ่งปัจจุบันข้อมูลลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต ดังนั้น เรามองว่ากลุ่มเจมาร์ทมีความพร้อมอย่างมาก เนื่องจากเรามีหน้าร้านขายสินค้ากว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่รวมซิงเกอร์ที่มีตัวแทนขายกว่า 4,000 ราย กระจายทั่วประเทศ” นายอดิศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การบริหารของเจ ฟินเทค มีบริษัทติดตามหนี้ และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของเจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์คฯ รวมทั้งบริษัทบริหารพื้นที่เช่ารายใหญ่ของเจเอเอส แอสเซ็ท ที่มีรายได้ระยะยาวมั่นคง แข็งแกร่ง ดังนั้น จึงเห็นว่าเจมาร์ทเป็นกลุ่มค้าปลีกที่ทำงานได้อย่างครบวงจร และมีศักยภาพจะเติบโตอีกมากในอนาคต การเข้ามาในธุรกิจฟินเทคะทำให้ได้เปรียบคู่แข่งอื่น
ราคาหุ้น JMART ปิดที่ 14.70 บาท ลดลง 0.20 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง







