
เทรนด์ Supply Chain
โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ
โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ
สวัสดีครับ นี่ก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแล้ว ครั้งที่แล้วเราได้พูดกันถึงเรื่องการหันกลับมาตรวจตราในธุรกิจของเราว่าตกหล่นหรือต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้า ปีใหม่นี้เราควรมาวางแผนในสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเกิดประสิทธิภาพใหม่ๆ หรือแนวทางใหม่ที่อาจทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแตกต่างและแข็งแกร่ง
ถ้าจะพูดถึงเทรนด์ปีหน้า ในเรื่อง Supply Chain Management อย่างแรกที่ธุรกิจระดับโลกกำลังให้ความสำคัญกันมากขึ้น คือ เรื่อง Green Logistics & Supply Chain ซึ่งกำลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในการลดสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น Wal-Mart ผู้ค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ตั้งเป้าในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ลงร้อยละ 5 โดยคาดว่าการลดปริมาณบรรจุภัณฑ์นี้จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 667,000 เมตริกตัน/ปี คิดเป็นมูลค่า 3.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นโยบายการรับผิดชอบต่อสังคมนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค ส่งผลให้มีการตัดสินใจมาใช้บริการมากขึ้น ยังเป็นการลดต้นทุนตลอดโซ่อุปทานรวมทั้งสิ้นประมาณ 11 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เลยทีเดียว
เรื่องที่สอง คือการเชื่อมโยงข้อมูลในห่วงโซ่ธุรกิจเป็นอันหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างประสิทธิภาพได้มากขึ้น อย่างเสื้อผ้าแบรนด์เนม ZARA มีระบบซัพพลายเชนเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ดีมานด์ลูกค้าจากปลายน้ำ ไปยังกระบวนการผลิตต้นน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ZARA มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าหลายพันแห่ง มีทีมดีไซเนอร์กว่า 200 ชีวิตที่ผลิตสินค้ากว่า 1.1 หมื่นสไตล์/ปี และมีหน่วยงานที่สำคัญคือ Store Specialist มีหน้าที่อัพเดทยอดขายแต่ละร้านค้าภายในภูมิภาคที่เขาดูแลอยู่ แล้วส่งข้อมูลไปยังแผนก Production
นอกจากมีระบบการเชื่อมโยงของข้อมูลที่ดีแล้ว ZARA ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีการผลิตมาใช้ โดยนำระบบ Computer-Aided Design (CAD) เข้ามาใช้ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ เชื่อมโยงไปยังการทำแพตเทิร์น และกระบวนการตัดเย็บ ทำให้เกิดความแม่นยำรวดเร็วในกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่นับวันต้องการสินค้ารวดเร็วขึ้น
เรื่องสุดท้ายในยุคที่มือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ คนใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กว่า 6 ชั่วโมง/วัน ตั้งแต่ตื่น ทำงาน กินข้าว เข้าห้องน้ำ จนเข้านอน ซึ่งเราเรียกว่า Digital Transformation วันนี้ธุรกิจเราเข้าใจในพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ และสามารถพาธุรกิจเราเข้าไปเชื่อมต่อ หรือเป็นส่วนหนึ่งในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการออก Application, E-Commerce, การใช้ Big Data เป็นข้อมูลเพื่อประเมินความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาในทุกกระบวนการของห่วงโซ่ธุรกิจอย่างเท่าทัน
อย่างที่ Urs Dogwiler, CEO, ChainIQ CEO ของผู้ให้บริการ Supply Chain โลก ได้กล่าวว่า Digital Supply Chain จะไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจ ที่จะทำให้มีผลผลิต ผลการดำเนินงานที่ดี ช่วยลดต้นทุน ช่วยตอบสนองและแก้ไขปัญหาที่ยากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการของลูกค้า พนักงาน เทคโนโลยี และความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จได้แม่นยำมากขึ้น และที่สำคัญคือช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาดได้ ซึ่งในเรื่องนี้อาจเป็นหัวข้อที่เราอาจต้องว่ากันเพิ่มเติมในปีหน้ากันอีกยาว สำหรับปีนี้ขอให้ทุกท่านพักผ่อนให้เต็มที่ พร้อมสู้กันต่อในปีหน้าฟ้าใหม่ สวัสดีปีใหม่ 2017 ครับ







