posttoday
สัญญาณดี

สัญญาณดี

31 สิงหาคม 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

ดัชนีหุ้นไทยยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง และวันที่ 30 ส.ค. สามารถยืนเหนือ 900 จุดอย่างมั่นคง มาปิดที่ 909.65 จุด เพิ่มขึ้น 9.28 จุด หรือ 1.03% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทั้งต่างชาติ สถาบันในประเทศ และพอร์ต บล. พร้อมใจกันเก็บของ นำโดยนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิ 1,113 ล้านบาท

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา “เบน เบอร์แนนคี” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในการประชุมเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางทั่วโลกประจำปี ส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินผ่อนปรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่กลับไปสู่ภาวะถดถอย

ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียเทียบเงินเหรียญสหรัฐคาดว่าจะแข็งค่ารอบใหม่ โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น คาดว่าแนวโน้มสกุลเงินเอเชียจะแข็งค่าขึ้นอย่างน้อย 20% ในช่วง 1218 เดือนข้างหน้าที่จะทำให้เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีขนาดใหญ่และกลุ่มที่ได้ดีจากกำลังซื้อภายในประเทศที่จะเติบโตตามเศรษฐกิจฟื้นตัว

ทั้งนี้ หุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นวันที่ 30 ส.ค. และมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน บริษัทหลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.พัฒนสิน แนะนำหุ้นที่อิงกับกำลังซื้อภายใน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็ก กรุ้ป (MAJOR) บริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)

หุ้นที่ได้ดีจากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่าง บริษัท อาร์ซีแอล (RCL) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และหุ้นที่กำไรฟื้นตัวอย่าง บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) TICON และ HEMRAJ

อย่างไรก็ตาม ดัชนีปัจจุบันนี้นับว่าใกล้เคียงดัชนีเป้าหมายปีนี้ที่โบรกเกอร์ในตลาดให้ไว้แล้ว ดังนั้นนักลงทุนจึงควรระมัดระวังในการซื้อขาย

บล.พัฒนสิน ให้เป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 912 จุด และปีหน้า 1,099 จุด จากประมาณการกำไรต่อหุ้นปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 18% และปีหน้ากำไรต่อหุ้นเติบโตอีก 19% จากกลุ่มพลังงาน (รับรู้กำลังการผลิตเพิ่มจากกรณีมาบตาพุด) และกลุ่มธนาคาร เป็นหลัก (ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่ม) ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ

สำหรับหุ้นเด่นในไตรมาส 3 ปีนี้คือ RCL บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) CK บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC), MAJOR, BEC, TUF และ MINT โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่อิงกำลังซื้อในประเทศและการบริโภคที่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ คาดว่า RCL, BTS และ CK จะพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรตามการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้น STEC เริ่มรับรู้รายได้งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและงานในมือสูงไปถึงปีหน้า

MAJOR และ BEC อัตราค่าโฆษณาฟื้นตัวจากฐานต่ำเพราะผลกระทบทางการเมืองและการบริโภคฟื้นตัว TUF จะกำไรสูงตามฤดูกาลและมีโอกาสดีกว่าคาดจากผลกระทบน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก MINT อัตราการเข้าพักในโรงแรมฟื้นตัว และไตรมาส 4 จะเติบโตเด่นจากการรับรู้รายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม เซ็นต์ รีจิส

ฟังดูแล้วมีสัญญาณดีมากกว่าร้าย ...แต่ระวังถูกแรงเทขาย...เพราะซื้อหุ้นตรงราคาแพงก็แล้วกัน...

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย