
ชงงบประชารัฐดันจีดีพี
รอเสนอครม.ล็อตแรก8.3หมื่นล้าน กว่าพันโครงการ
รอเสนอครม.ล็อตแรก8.3หมื่นล้าน กว่าพันโครงการ
หอการค้าไทยเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติโครงการประชารัฐ 1,000 โครงการ มูลค่า 8.3 หมื่นล้าน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 0.5%
นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะโฆษกหอการค้าไทย เปิดเผยว่า คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการพัฒนาท้องถิ่นจาก 18 กลุ่มจังหวัด ที่มีกว่า 1,000 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 8.3 หมื่นล้านบาท เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการใช้งบประมาณเพิ่มเติมปี 2560 ภายในเดือน ม.ค. 2560 และจะเสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่าเงินดังกล่าวจะกระจายลงสู่ 18 กลุ่มจังหวัด ช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศได้ 0.5% หรือขยายตัวอยู่ที่ 4-4.5% ได้ จากเดิมที่หอการค้าไทยคาดจีดีพี ปี 2560 จะขยายตัวอยู่ที่ 3.5-4%
“แนวทางการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับ 18 กลุ่มจังหวัด ไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ให้เข้มแข็ง เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทำให้เศรษบฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ ที่ระบบงบประมาณทำโดยกระบวนการประชารัฐที่มีภาคเอกชนและท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนด้วย ทำให้สามารถดึงศักยภาพของกลุ่มจังหวัดให้เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศในอนาคต” นายวิชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม โครงการที่นำเสนอเข้ามาแล้วรวมกว่า 1,000 โครงการ แบ่งเป็น 1.โครงการด้านกลุ่มเกษตร 400 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างแหล่งน้ำชุมชน 2.ด้านการท่องเที่ยวและบริการ 400 โครงการ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ และความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด 3.การค้า การลงทุนและการค้าชายแดน 116 โครงการ มูลค่า 7,900 ล้านบาท ในการเพิ่มสาธารณูปโภคพื้นฐานตามด่านชายแดนต่างๆ ที่อยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที และ 4.ด้านโลจิสติกส์ 27 โครงการ 1.82 หมื่นล้านบาท เพื่อยกระดับการผลิตและการส่งออก
นายวิชัย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2559 ยังเป็นการฟื้นตัวแบบช้าๆ ไม่มากอย่างที่คาดไว้ ขยายตัวอยู่ที่ 3.3-3.5% ส่วนการส่งออกปีนี้จะติดลบ 1% หรือขยายตัว 0% ขณะที่ปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.5-4% และการส่งออกขยายตัว 0-2% โดยปัจจัยที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ คือ มาตรการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะทำให้เอกชนลงทุนมากขึ้น
สำหรับการปรับ ครม.ชุดใหม่ ไม่มีผลต่อนโยบายของรัฐมากนัก เพราะคณะทำงานส่วนใหญ่มีการสลับตำแหน่งกันให้มีความเหมาะสม หอการค้าไทยจึงไม่มีเรื่องน่ากังวล แต่ในคณะประชารัฐแต่ละกลุ่มอาจต้องเปลี่ยนหัวหน้าการทำงานให้ตรงกับหน้าที่ที่รับผิดชอบ
ด้าน นายเดช เฉิดสุวรรณรักษ์ กรรมการเลขาธิการและรองโฆษกหอการค้าไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศที่จะหมดมาตรการในสิ้นปีนี้ ให้เพิ่มออกไปอีก 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในระยะสั้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน







