
ร่างของ Lenin (2)
เราไปไซบีเรียครั้งแรกใช้รถไฟสาย Trans Manchurian เพราะการจราจรโดยรถยนต์ในมอสโกติดสาหัสหนัก จึงทำให้มาถึงสถานี Yaroslavskaya เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีรถไฟจะออก
เราไปไซบีเรียครั้งแรกใช้รถไฟสาย Trans Manchurian เพราะการจราจรโดยรถยนต์ในมอสโกติดสาหัสหนัก จึงทำให้มาถึงสถานี Yaroslavskaya เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีรถไฟจะออก
ที่หน้าสถานี Yaroslavskaya มีรูปปั้นอนุสาวรีย์ของเลนินยืนตระหง่านอยู่
รอบๆ ฐานอนุสาวรีย์เลนินมีพวกขี้เมาเตรียมจับจองที่ว่างเพื่อใช้เป็นที่นอน วางขวดวอดก้าขวางทางไว้เกลื่อน ขบวนรถจอดรออยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ต้องลากกระเป๋าวิ่งตามหาขบวนรถไฟ
วิ่งกันดีๆ ระวังอย่าไปเตะขวดวอดก้าพวกนี้นะ...
อนุสาวรีย์เลนินที่หน้าสถานี Yaroslavskaya ดูขลังมาก... ทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่าถ้ารัสเซียขาดอนุสาวรีย์ของเลนิน ก็คงเหมือนกับการขาดภาพจริงอย่างหนึ่งของโซเวียตไป ทั้งนี้ก็ยังนึกเสียดายอยู่ที่อนุสาวรีย์เลนินถูกย้าย ถูกขายทิ้ง ถูกทำลาย ถูกพ่นสีมี Graffiti Art อยู่ทั่วไป
ย้อนกลับไปสมัยโซเวียต...
หลังจากเลนินเสียชีวิตลงแล้วนั้น ทางปูลิตบูโรได้แต่งตั้งให้ Dzerzhin sky ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยตำรวจลับ NKVD (ต่อมาพัฒนาเป็น KGB และ FSB) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการหาผู้มารักษาร่างเลนินให้คงอยู่ในสภาพปกติ ตามความคิดของสตาลินที่เสนอให้รักษาร่างของเลนินนั้น เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่รู้จะให้ใครทำ และโปลิตบูโรยังห้ามขอความช่วยเหลือจาก
ต่างประเทศด้วย
โซเวียตจึงต้องตามหานักวิทยาศาสตร์ฝีมือดีในประเทศกันให้วุ่น แต่หลังเลนินเสียชีวิตก็ทำการรักษาร่างให้คงอยู่ในสภาพปกติขั้นแรก โดยการฉีดน้ำยาเข้าไปในเส้นเลือดก่อน
จากนั้นได้ตั้งร่างเลนินไว้ที่ House of the Unions ซึ่งก็คือที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ แล้วสั่งให้รีบทำ Lenin’s Mausoleum ที่นอกเครมลินด้านติดกับ Red Square
โซเวียตก่อสร้าง Lenin’s Mausoleum ชั่วคราวรวดเร็วมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการขุดดิน แต่ใช้วิธีการระเบิดเปิดหลุมลึกขนาด 3 เมตร ทันที หลังจากนั้นก็ตกแต่งหลุม เสร็จแล้ววางหีบศพปิดฝาไว้ในหลุม จากนั้นสร้างอาคารไม้คลุมทับไว้อีกชั้น
ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหลังเลนินเสียชีวิตเพียง 2 วันค่ะ...
แต่เพียงแค่ 2 วันร่างเลนินเริ่มเปลิ่ยนสภาพ เช่น ปากเริ่มเปิดออกจากกัน สีผิวเริ่มเปลี่ยน ฯลฯ
การย้ายร่างเลนินจาก House of the Unions ไปยังที่เก็บนั้น สมาชิกโปลิตบูโรเป็นคนหาม แต่ไม่มีทรอตสกีเพราะสตาลินหาทางสะกัดกั้นไม่ให้ทรอตสกีคู่แข่งทางการเมืองมาให้เป็นภาพในข่าว สตาลินวางแผนให้มีภาพทรอตสกีออกสื่อได้แนบเนียนมาก
วิธีการเก็บร่างผู้วายชนม์นำมาวางให้ดูเหมือนคนจริงในโซเวียตขณะนั้นยังไม่มีใครทำ ในทางวิชาการได้มีการเสนอความคิดและสรุปได้ในการทำไว้ 2 ทฤษฎี...
ทฤษฎีแรกมีผู้เสนอเก็บร่างเลนินในหีบแก้ว 2 ชั้นที่ทำอุณหภูมิภายในให้เย็นจัดเพื่อให้ร่างไม่เน่าเปื่อย แต่มีผู้แย้งว่าการแช่แข็งไม่สามารถรักษาสภาพของเซลล์ให้คงสภาพสมบูรณ์ไว้ได้ตลอดไป เพราะเอ็นไซม์ยังทำลายเนื้อเยื่ออยู่ ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งแนะนำให้ใช้การรักษาทางเคมีโดยมองไปยัง Prof. Vorobiov ที่ยูเครนซึ่งมีผลงานการเก็บร่างและอวัยวะมนุษย์เพื่อการศึกษา
แต่งานนี้ไปไกลกว่านั้น... เพราะต้องไปสิ้นสุดที่การนำร่างมาวางให้เหมือนจริง ซึ่งไม่ใช่การดองร่าง
แม้อุณหภูมิกลางเดือน ม.ค.ในมอสโกนั้นอยู่ที่ลบ 30 องศาเซลเซียส แต่เมื่อยิ่งไม่มีการตัดสินใจฯ ร่างเลนินเริ่มเปลี่ยนสภาพไปอีก เวลาผ่านไปราว 2 เดือน ร่างเลนินยิ่งเสียหายมากขึ้น ระหว่างนั้นก็ได้มีการเปิดศีรษะเอาสมองเลนินออกไปศึกษาว่าทำไมเขาจึงจีเนียสขนาดนี้
แล้วในที่สุด Dzerzhinsky ก็เลือกวิธีการของ Prof. Vorobiov โดยการนำร่างของเลนินไปแช่ไว้ใน Balsamic Liquid ทันที (คิดถึงน้ำราดสลัดBalsamico ของอิตาลีเลยค่ะ)
กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเวลา 4 เดือน
(อ่านต่อวันศุกร์หน้าค่ะ)







