posttoday
ดึงลงทุนพุ่ง6แสนล้าน

ดึงลงทุนพุ่ง6แสนล้าน

19 ธันวาคม 2559

บีโอไอตั้งเป้ายอดส่งเสริมการลงทุนปี 2560 กว่า 6 แสนล้าน หวังกฎหมายใหม่จูงใจเอกชน ล่าสุดยอด 11 เดือน ขอส่งเสริม 5 แสนล้าน

บีโอไอตั้งเป้ายอดส่งเสริมการลงทุนปี 2560 กว่า 6 แสนล้าน หวังกฎหมายใหม่จูงใจเอกชน ล่าสุดยอด 11 เดือน ขอส่งเสริม 5 แสนล้าน

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอตั้งเป้ายอดขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 อยู่ที่ 6 แสนล้านบาท โดยจะผลักดันให้เกิดการขอส่งเสริมจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) 60% ซึ่งคาดว่าจะช่วยต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีก ประกอบกับจะเป็นปีที่มีร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่เข้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. ... (อีอีซี) ที่จะเน้นเรื่องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

ทั้งนี้ เชื่อว่าหาก พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว จะมีผลในด้านการดึงดูดการลงทุนมากขึ้น ซึ่งบีโอไอคาดหวังให้ผ่านความเห็นชอบก่อนวันที่ 15 ก.พ. 2560 ซึ่งเป็นงานสัมมนาครั้งใหญ่ของบีโอไอที่จะเชิญนักลงทุนจากทั่วโลกมาร่วมรับฟังสิทธิประโยชน์ในการลงทุนของประเทศไทย โดยบีโอไอจะได้ใช้โอกาสดังกล่าวชี้แจง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ให้นักลงทุนเข้าใจ สำหรับปีหน้าคาดว่าอุตสาหกรรมที่จะมาขอรับการส่งเสริมการลงทุนอันดับต้น คือ อุตสาห กรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เกี่ยวข้องกับไบโอชีวภาพ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล เป็นต้น

“นอกจากนี้ หาก พ.ร.บ.การเดินอากาศฉบับใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแก้ไขการถือหุ้นของ นักลงทุนต่างชาติ เชื่อว่าจะทำให้มีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งอากาศเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมา บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนสายการบินสบายดีแอร์เวย์ส ซึ่งเป็นการร่วมทุนของไทยและจีน นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน การผลิตชิ้นส่วนอากาศยานเพิ่มขึ้นอีกด้วย” นางหิรัญญา กล่าว

นางหิรัญญา กล่าวว่า สำหรับยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในช่วง 11 เดือนของปี 2559 มีมูลค่า 5 แสนล้านบาท ทำให้คาดว่าทั้งปีจะมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนใกล้เคียง 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังจากมีการปรับเพิ่มตัวเลขยอดขอส่งเสริมเมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2559 จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนของเอสเคิร์ฟ 60% คิดเป็น เม็ดเงินลงทุน 45% ของจำนวนทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านซอฟต์แวร์กว่า 200 โครงการ

“ขณะนี้มีโครงการขนาดใหญ่ที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาและรอการอนุมัติ 3-4 โครงการ โดยอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ จึงคาดว่าทั้งปีจะได้ยอดใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าไว้ โดยปัจจุบันยอมรับว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในอาเซียนแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่เป็นตลาดใหญ่ และมีความพยายามในการดึงเอกชนเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตลาดเวียดนามที่มีประชากรวัยทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นตัวเลือกที่นักลงทุนให้ความสนใจ” นางหิรัญญา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท