
ธุรกิจรับสร้างบ้านร้องศาลปกครอง
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ยังคงเป็นประเด็นร้อนสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน เมื่อสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเตรียมยื่นหนังสือต่อศาลปกครองภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 เพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราว หลังจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมประกาศให้ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องควบคุมด้านสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560
พิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจะทำหนังสือขอความคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 กรณีคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมสัญญา โดยให้ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันและควบคุมผู้รับเหมาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2560
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านนั้นสัญญาไม่ได้บังคับให้ดำเนินธุรกิจรูปแบบเดียว แต่เมื่อ สคบ.ไปตีกรอบว่าจะต้องดำเนินการเป็นสัญญารูปแบบเดียว จะส่งผลให้ธุรกิจนี้ไม่สามารถพัฒนาหรือต่อยอดได้ จากก่อนหน้านี้เคยมีการเจรจากับทาง สคบ.ต่อเนื่องมานาน 3 ปี แต่ไม่ได้มีการนำข้อมูลจากทางสมาคมไปประกอบการพิจารณา
“การดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านในปัจจุบันต่างจากอดีต และสามารถดำเนินการเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียวผ่านบริษัทรับสร้างบ้าน แต่ทาง สคบ.ต้องการให้แยกขั้นตอนออกเหมือนกับการดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านในยุคแรก เช่น การจ้างสถาปนิกออกแบบ การจ้างผู้รับเหมามาประมูลงาน การจ้างคนคุมงานจะต้องมีการคิดค่าดำเนินการในทุกขั้นตอนเนื่องจากเกรงว่าผู้รับเหมานั้นจะทิ้งงาน แต่การดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวกลับจะเป็นการสร้างปัญหาก่อให้เกิดความล่าช้าในทุกขั้นตอน เนื่องจากจะต้องมีการขออนุญาตใหม่ในแต่ละทุกขั้นตอนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ”
ขณะเดียวกันกฎหมายใหม่ที่จะออกมานั้นจะขัดกันเอง เนื่องจากธุรกิจนี้มี พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ เป็นกฎหมายควบคุมอาคาร และสัญญาไม่เป็นธรรมของ สคบ.กำหนดอยู่แล้ว จึงต้องการให้ศาลปกครองพิจารณาว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร ซึ่งหากมองในระยะสั้นเหมือนผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ แต่ในระยะยาวปัญหาจะย้อนกลับมาแรงกว่าเดิมเนื่องจากผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ทุกอย่างคล่องตัวปัญหาการหลบเลี่ยงจะกลับมาสร้างปัญหาใหญ่เหมือนเป็นโดมิโน
“สิ่งที่เรายื่นไปยังศาลปกครองเพื่อให้พิจารณาว่ากฎหมายดังกล่าวจะขัดกับกฎหมายอื่น ซึ่งตั้งแต่มีประกาศออกมานั้นไม่ได้มีการคุยกับทาง สคบ. จึงถือโอกาสชี้แจงผ่านสื่อว่า พิจารณาให้ดีว่ามีผลกระทบกับผู้บริโภค”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทาง สคบ.ระบุว่า ปัญหาการร้องเรียนในภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นมาจากธุรกิจรับสร้างบ้านจำนวนมาก แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นจริงตามที่ สคบ.ระบุ ปัญหาร้องเรียนเป็นของบริษัทจัดสรรอสังหาริมทรัพย์แทบทั้งหมด ธุรกิจรับสร้างบ้านมีปัญหาการร้องเรียนไม่ถึง 1%







