
คำถามที่ 11 : เทรด Options กำไรขาดทุนคิดอย่างไร
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
บทความนี้ผมจะมาตอบคำถามผู้ที่สนใจลงทุนใน Options เกี่ยวกับวิธีการคำนวณกำไรขาดทุนจากการซื้อขาย Options ด้วยการยกตัวอย่างการซื้อขาย Options ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ที่มีการซื้อขายอยู่ใน TFEX โดยจะยกตัวอย่างทั้งในมุมของผู้ซื้อ Options และผู้ขาย Options เพื่อให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจการคำนวณกำไรขาดทุนจากการซื้อขาย Options ใน TFEX ได้ครบถ้วนทุกมุมมอง
ในการซื้อขาย Options ใน TFEX นั้นผู้ลงทุนสามารถล้างสถานะที่ถืออยู่ได้ 2 วิธี คือ 1) ล้างสถานะของ Options ก่อนที่ Options จะหมดอายุ และ 2) รอจนถึงวันที่ Options หมดอายุแล้วชำระส่วนต่างระหว่างราคาใช้สิทธิกับราคาตลาดให้กับผู้ซื้อ Options กรณีที่การใช้สิทธิของผู้ซื้อเกิดความคุ้มค่า
วิธีแรกที่ผู้ลงทุนที่สร้างสถานะซื้อ หรือขาย Options ไว้ตอนแรก สามารถล้างสถานะของ Options ที่ตัวเองถืออยู่เพื่อรับรู้ผลกำไรขาดทุน โดยถ้าผู้ลงทุนเริ่มต้นด้วยการซื้อ Options ไว้ ก็สามารถขาย Options ที่ตัวเองถืออยู่เพื่อล้างสถานะ ส่วนผู้ลงทุนที่เริ่มต้นด้วยการขาย Options ก็สามารถซื้อ Options ตัวเดิมที่เคยขายไปก่อนหน้า เพื่อล้างสถานะได้เช่นเดียวกัน ส่วนวิธีการคำนวณกำไรขาดทุน
ยกตัวอย่างกรณีผู้ลงทุนที่สร้างสถานะ โดยการซื้อ Call Options อ้างอิงกับดัชนี SET50 ที่มีราคาใช้สิทธิ 900 จุด และได้จ่ายค่า Options ไป 20 จุด ซึ่งขนาดสัญญาของ Options ใน TFEX จะเท่ากับ 200 หน่วยดังนั้น ในตอนแรกที่ซื้อ Options ผู้ซื้อจะต้องชำระเงิน 20*200 = 4,000 บาท สมมติในเวลาต่อมาดัชนี SET50 ปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้ราคาของ Call Options ที่ซื้อขายใน TFEX ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเป็น 30 จุด ผู้ลงทุนที่ซื้อ Call Options ไว้ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวันที่ Call Options หมดอายุสามารถขาย Call Options ที่ถืออยู่เพื่อทำกำไรได้ทันที ซึ่งในกรณีจะขาย Call Options แล้วรับเงินจำนวน 30*200 = 6,000 บาท ทำให้ผู้ซื้อ Call Options ได้รับผลกำไร 2,000 บาท จากการซื้อขาย 1 สัญญา ซึ่งกำไรขาดทุนจะเกิดจากส่วนต่างของราคาที่ซื้อขายนั่นเอง
วิธีที่ 2 คือ รอจนถึงวันที่สัญญา Options หมดอายุ ในกรณีนี้กำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบราคาใช้สิทธิกับราคาตลาดของดัชนี SET50 ณ วันที่หมดอายุสัญญาและรวมกับเงินค่า Options ที่จ่ายไปหรือได้มาตอนที่ซื้อหรือขาย Options ในตอนแรก หากวันที่ Options หมดอายุผู้ซื้อใช้สิทธิแล้วคุ้มค่าส่วนต่างของราคาใช้สิทธิกับราคาตลาดจะเป็นกำไรของฝั่งผู้ซื้อ Options และเป็นขาดทุนของฝั่งผู้ขาย Options หากการใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่าก็จะไม่มีการคิดส่วนต่างเกิดขึ้น
ยกตัวอย่าง เช่น ผู้ลงทุนที่สร้างสถานะโดยการซื้อ Call Options อ้างอิงกับดัชนี SET50 ที่มีราคาใช้สิทธิ 900 จุด และได้จ่ายค่า Options ไป 20 จุด โดยชำระเงินค่า Options ในวันที่ทำสัญญา 20*200 = 4,000 บาท ถ้าวันที่ Call Options หมดอายุราคาตลาดของดัชนี SET50 เท่ากับ 950 จุด ผู้ซื้อ Call Options จะใช้สิทธิแล้วคุ้มค่าเนื่องจากสามารถซื้อดัชนี SET50 จากผู้ซื้อได้ 900 จุด ซึ่งถูกกว่าราคาตลาด 50 จุด ดังนั้น ผู้ขาย Call Options จะต้องจ่ายเงินส่วนต่างมูลค่าสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ 50*200 = 10,000 บาท สรุปผู้ซื้อ Call Options จะได้รับกำไรเท่ากับ 10,000-4,000 (ค่า Call Options ที่จ่ายตอนทำสัญญา) = 6,000 บาท ส่วนผู้ที่ขาย Call Options จะขาดทุน 10,000-4,0000 = -6,000 บาท
แต่ถ้าวันที่ Call Options หมดอายุ ราคาตลาดของดัชนี SET50 เท่ากับ หรือน้อยกว่า 900 จุด ไม่ว่าดัชนีจะเท่ากับเท่าไรก็ตาม เช่น 900 890 880 เป็นต้น ผู้ซื้อ Call Options จะใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่า ดังนั้น ผู้ซื้อ Options ก็จะไม่ใช้สิทธิและเกิดผลขาดทุนสูงที่สุดเท่ากับค่า Call Options ที่จ่ายไปในตอนที่ซื้อ Options เท่ากับ -4,000 บาท สำหรับผู้ขาย Call Options ก็จะได้รับเงินกำไรสูงสุดเท่ากับ 4,000 บาท
จุดคืนทุน (Break Even Point) สำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย Call Options ที่มีราคาใช้สิทธิที่ 900 จุด ตามตัวอย่างด้านบน ณ วันที่ Call Options หมดอายุคือ ระดับดัชนี 920 จุด ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อ Options มีกำไรจากการใช้สิทธิเท่ากับ 20*200 = 4,000 บาท ซึ่งเท่ากับค่า Options ที่จ่ายไปพอดี ส่วนผู้ขาย Call Options ก็จะมีผลขาดทุนจากการใช้สิทธิ -4,000 บาท เท่ากับค่า Option ที่ได้รับมาวันแรกพอดีเช่นเดียวกัน
การลงทุนใน Options สามารถรับรู้กำไรขาดทุนได้ 2 วิธี คือ การล้างสถานะก่อนวันที่ Options หมดอายุ โดยกำไรขาดทุนจะคำนวณจากราคาขายลบด้วยราคาซื้อ ส่วนอีกวิธีคือการรอจนถึงวันที่ Options หมดอายุแล้วใช้สิทธิของ Options ที่ถืออยู่ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขาย Options ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th







