
ครม.ศก.ไฟเขียวลงทุนรถไฟร่วมจีน2เส้นทาง
ครม.เศรษฐกิจเคาะลงทุนรถไฟความเร็วสูงร่วมจีน 2 เส้นทาง หนองคาย-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ - ปาดังเบซาร์ พร้อมแบ่งเค้กให้ " ประดิษฐ์ " ทำ PPP ในอีก 2 เส้นทางที่เหลือได่แก่ กรุงเทพฯ-ระยอง และ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ครม.เศรษฐกิจเคาะลงทุนรถไฟความเร็วสูงร่วมจีน 2 เส้นทาง หนองคาย-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ - ปาดังเบซาร์ พร้อมแบ่งเค้กให้ " ประดิษฐ์ " ทำ PPP ในอีก 2 เส้นทางที่เหลือได่แก่ กรุงเทพฯ-ระยอง และ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้อนุมัติแผนการร่วมทุนระหว่าง รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลจีน ในลักษณะ จีทูจี ในโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮ สปีด เทรน ในเส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ และ กรุงเทพ - ปาดังเบซาร์ ส่วนเส้นทางกรุงเทพ - ระยอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งกับคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลจีนมีความสนใจที่จะเข้าร่วมทุนเช่นกัน โดยเชื่อว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจีนในวันที่ 4 ก.ย. นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ลักษณะการร่วมทุนรัฐบาลไทบกับจีน จะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาบริหารการร่วมกัน โดยเส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท ลดลงจากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 3 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการปรับการเดินรถในบางจุดจากรางคู่เป็นรางเดี่ยว ช่วยให้ประหยัดต้นทุนมากขึ้น
นายกรณ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในเส้นทางกรุงเทพ - เชียงใหม่ และเส้่นทางกรุงเทพ - ระยอง ที่รัฐบาลจีนสoใจจะเข้าร่วมลงทุนเพิ่ม เพื่อที่จะนำมาทำแผนการประมูลให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนโดยเร็ว และจะเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในวันที่ 30 ก.ย. นี้
ด้าน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ฌสรษฐกิจเห็นชอบให้อนุกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในรูปแบบ PPP (Public Private Partnerships) ชุดที่มีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เป็นประธานไปดำเนินการจัดทำมาร์เก็ตซาวน์ดิ้งเพื่อรับความคิดเห็นของนักลงทุนจากในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใน 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-ระยอง และ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนที่สนใจลงทุนได้ประเมินต้นทุน กำไร ก่อนตัดสินใจว่าจะลงทุนในเส้นทางใด เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างจริงได้ปี 2556
สำหรับอีก 2 เส้นทาง ได้แก่ หนองคาย-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ-ชายแดนไทย-มาเลเซีย (ปาดังเบซาร์) ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาในรายละเอียดนั้น ไม่ต้องทำมาร์เก็ตซาวน์ดิ้ง เนื่องจากทางจีนสนใจจะลงทุนใน 2 เส้นทางดังกล่าว
"คณะกรรมการฯ PPP ชุดที่ผมเป็นประธาน เคยมีมติไปแล้วว่า ให้ดำเนินการภายในเดือน ส.ค. แต่หลังมีมตินายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับทางจีน บอกว่าจะดำเนินการระดับอาเซียน ทำให้คณะอนุกรรมการฯ ชุดนายประดิษฐ์ ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าทำมาร์เก็ตซาวน์ดิ้งต่อได้หรือไม่ เลยต้องมาขอมติ ครม.เศรษฐกิจ ทั้งนี้ หลังจากนี้ก็ต้องไปเร่งดำเนินการ แล้วต้องเสนอกลับมา ครม.อีกก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้" นายไตรรงค์ กล่าว
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อสรุปของ ครม.เศรษฐกิจ คือ จะดำเนินการร่วมกับรัฐบาลจีนจำนวน 2 เส้นทาง คือ เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ-ชายแดนไทย-มาเลเซีย ส่วนอีก 2 เส้นทางรัฐบาลจะดำเนินการเอง โดยดึงเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกอปร์ศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิกานายกรัฐมนตรี จะเสนอเรื่องความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างประเทศกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 31 ส.ค. ได้พิจารณา หลังจากที่คณะทำงานด้านรถไฟของจีนมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 - 25 ส.ค. ที่ผ่านมา มีสาระสำคัญคือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนากิจการถไฟในเส้นทางหลัก 3 เส้นทาง โดยอาจแบ่งโครงการเป็นระยะ ๆ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงที่ 1 เส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ ช่วงที่ 2 เส้นทาง กรุงเทพ - ชายแดนไทย มาเลเซีย และระยะที่ 2 เส้นทางกรุงเทพ- ระยอง
ทั้งนี้ฝ่ายจีน เห็นว่าควรเริ่มดำเนินการในเส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ ระยะทาง 580 กิโลเมตรก่อน โดยคาดว่าจะก่อสร้าง 4 ปี โดยจะทำการศึกษาพร้อมทั้งเตรียมงานด้านต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายในครึ่งปีแรกของปี 2554 เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงปลายปี 2554
นอกจากนี้ยังได้หารือแนวทางเบื้องต้น โดยฝ่ายไทยแจ้งว่าได้อนุมัติงบปะมาณเพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างและพัฒนการบริหารกิจการถไฟ ให้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีหลักการที่จะพัฒนาระบบรางขนาด 1 เมตร โดยไม่เปลี่ยนเป็นระบบรางมาตรฐาน ซึ่งดำเนินการก่อนที่จะทำข้อตกลงกับจีน จึงเห็นควรให้การพัฒนาในการบริหารกิจการรถไฟของไทย กับความร่วมมือพัฒนากิจการรถไฟไทย - จีน ออกจากกัน แต่จะทำการศึกษาเพื่อพัฒนาทั้ง 2 ส่วนให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ







