
หนุนใช้เงินท้องถิ่นค้าขาย
แก้ผันผวนอาเซียนหวังลดใช้เหรียญสหรัฐ ดันสัดส่วนหยวนเพิ่ม2-3%
แก้ผันผวนอาเซียนหวังลดใช้เหรียญสหรัฐ ดันสัดส่วนหยวนเพิ่ม2-3%
โพสต์ทูเดย์ - ธปท.เดินหน้าลดความผันผวนค่าเงินจับมือเพื่อนบ้านและส่งเสริมนักธุรกิจใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้ากันภายในภูมิภาค
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน ธปท.ได้จัดตั้งสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กรซึ่งเป็นสายงานเฉพาะเพื่อมาดูงานในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากต่อจากนี้ไปความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างประเทศ (Financial Connectivity) จะเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่เรามีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนอย่างดีระหว่างกัน
ทั้งนี้ บวกกับแนวโน้มความสัมพันธ์ทางการเงินที่จะพัฒนาร่วมกันก็ยังมีศักยภาพให้ทำเพิ่มได้อีกมาก โดยการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในภูมิภาคที่เป็นโจทย์ ซึ่ง ธปท.ให้ความสำคัญและยังมีงานหลายด้านให้ทำ เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศที่จะมาเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้สะดวกและมีต้นทุนที่ต่ำลง หรือการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) กับประเทศเพื่อนบ้านในการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลดความผันผวนจากการใช้เงินสกุลหลักอย่างเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันผันผวนค่อนข้างมาก
นายวิรไท กล่าวว่า เรื่องความร่วมมือในการใช้สกุลเงินท้องถิ่นจากที่ร่วมกันพัฒนามาสักระยะแล้วนั้น พบว่าหลายประเทศเห็นความสำคัญและเชื่อมั่นในการใช้สกุลท้องถิ่นทำการค้าขายระหว่างกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมเวลาทำการค้าขายกันต้องตีค่าเงินกันหลายทอด เช่น ตีค่าจากเงินบาทไปเป็นเงินเหรียญสหรัฐแล้วค่อยมาตีเงินเหรียญสหรัฐกลับมาเป็นเงินหยวน เป็นต้น แต่เมื่อหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นกันเองก็ทำให้เทียบค่าเงินกันง่ายขึ้นและต้นทุนก็ถูกลงด้วย ซึ่งขณะนี้ไทยทำสัญญาใช้สกุลท้องถิ่นกับหลายประเทศแล้ว
“การประกาศส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นริงกิตและบาทในการชำระธุรกรรมการค้าระหว่างกันที่เริ่มมาเมื่อเดือน มี.ค.ปีนี้ ผ่านไป 8-9 เดือน เริ่มเห็นธุรกรรมสูงขึ้นจากเงินเหรียญสหรัฐมันผันผวน แต่พอคนไทยทำธุรกรรมเป็นริงกิตได้ และคนมาเลเซียก็ทำธุรกรรมเป็นเงินบาทได้ ช่วยลดต้นทุนค่าประกันความเสี่ยงค่าเงินลงได้ หรือ อย่างเงินหยวนที่เดิมการผลิตเป็นห่วงโซ่ต้องมีการนำเงินเข้าออกหลายรอบ พอค้าขายเป็นเงินหยวนและบาทได้ การค้าที่นำเข้าสินค้ามาแล้วขายต่อของเอสเอ็มอีไทยเราก็เพิ่มขึ้น ทำให้เห็นการใช้หยวนเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับในอดีต” นายวิรไท กล่าว
ทั้งนี้ มูลค่าการค้าการขายที่ใช้เงินหยวนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 2-3% ของมูลค่าการค้าไทยจีน จากเดิมที่มีไม่ถึง 1% โดยต้นปีนี้ถึงเดือน ต.ค.ไทยส่งออกไปจีนมีมูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







