
ดันลงทุนแก้น้ำท่วมใต้
“บิ๊กฉัตร” ลงใต้แก้ไขน้ำท่วมหลังฝนถล่มต่อเนื่อง เร่งผลักดันโครงการพระราชดำริ บรรเทาอุทกภัยเมืองนครฯ ลงทุนเฉียด 2 หมื่นล้าน
“บิ๊กฉัตร” ลงใต้แก้ไขน้ำท่วมหลังฝนถล่มต่อเนื่อง เร่งผลักดันโครงการพระราชดำริ บรรเทาอุทกภัยเมืองนครฯ ลงทุนเฉียด 2 หมื่นล้าน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม ได้สั่งการให้เร่งลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในขณะที่โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองนครฯ อาทิ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มีการจัดทำแผนไว้แล้ว ใช้งบประมาณเกือบ2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ประกอบไปด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มูลค่าโครงการ 2,349 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างปี 2560 โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ 880 ล้านบาท เริ่มปี 2560 โครงการขุดลอกแม่น้ำปากพนัง ความยาว 90 กิโลเมตร (กม.) 9,520 ล้านบาท เริ่มปี 2561 ทั้งนี้มีอ่างเก็บน้ำ 5 แห่งที่อยู่ระหว่างชะลอโครงการเนื่องจากมีคนอาศัยในพื้นที่ ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน 1,650 ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลาไม 1,157 ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำคลองถ้ำพระไซด์ 1 มูลค่า 250 ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำคลองถ้ำพระไซด์ 2 มูลค่า 773 ล้านบาท และโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านโคกยาง 1,028 ล้านบาท
สำหรับแผนแก้ปัญหาในภาพระยะสั้น จะเร่งผลักดันน้ำ โดยเพิ่มเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเตรียมรับมือรับน้ำใหม่ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนเข้ามาอีกในช่วงวันที่ 10 ธ.ค. 2559 โดยจะบริหารจัดการน้ำตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี 2558-2569 ซึ่งครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำแล้งน้ำท่วม คุณภาพน้ำ
ด้านแผนระยะยาวกำหนดไว้ 2 ส่วน โดยส่วนแรก ต้องเพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ำที่มีอยู่เดิมจาก 268 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ให้มากพอรับน้ำฝนตกหนักได้ เช่น ช่วงที่ผ่านมามีน้ำราว 600 ลบ.ม./วินาที น้ำจึงเอ่อท่วม การดำเนินการจะเริ่มในปี 2561 และส่วนที่สอง คือ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 7 แห่ง จะดำเนินการในปี 2561 และ 2562 จำนวน 2 แห่ง ให้มีน้ำเก็บไว้ใช้ และลดน้ำหลากท่วมพื้นที่ ส่วนอ่างเก็บน้ำอีก 5 แห่ง ต้องขอความร่วมมือช่วยสนับสนุนโครงการทำความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นแก่ส่วนรวม
“เบื้องต้นได้เรียนนายกรัฐมนตรีว่า จะต้องมีการขุดคลองใหม่และปรับปรุงคลองเดิม ทำความเข้าใจว่าโครงการนี้ไม่ได้ทิ้งน้ำลงทะเลหมด ปล่อยลงเฉพาะส่วนเกิน นอกนั้นเก็บไว้ใช้ ซึ่งท่านนายกฯ อยากให้ดำเนินการขุดคลองใหม่ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมดูเรื่องการเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย ส่วนอ่างเก็บน้ำทั้ง 7 แห่ง มีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อเก็บกักน้ำ ขอให้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ในขณะที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจตรวจสอบเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ ต้องขยายผล อย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่พระองค์ท่านพระราชทานไว้ และพร้อมชดเชยให้กับประชาชน เพราะจะเป็นความยั่งยืนของคนนครศรีธรรมราช” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังน้ำลดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลและฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร ซึ่งปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ มีสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ 2.7 แสนตัว ใน 3 จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ได้ให้กรมปศุสัตว์แจกจ่ายเสบียงสัตว์จากคลังในพื้นที่ ปัจจุบันแจกไปแล้ว 3.5 แสนกิโลกรัม (กก.) ยังมีสำรองอีก 1.1 ล้าน กก. มีเพียงพอ ทั้งนี้ทางสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทยได้นำข้าวสาร 1,000 กก. มามอบให้ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้วย







