posttoday
สินค้าตรึงราคาถึงสิ้นปีชี้แข่งดุ

สินค้าตรึงราคาถึงสิ้นปีชี้แข่งดุ

30 สิงหาคม 2553

พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาล ‘ข้าวถุงน้ำมันพืช’ขู่แต่ไม่ขึ้น

โพสต์ทูเดย์ — ห้างค้าปลีกสนองนโยบายรัฐบาล ตรึงราคาสินค้าอุปโภคยาวถึงไตรมาส 4

น.ส.ฤดี เอื้อจงประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้บริหารห้างค้าปลีกบิ๊กซี เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 นี้ บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่วางจำหน่ายอยู่ในบิ๊กซี

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกรมการค้าภายในที่ต้องการให้ผู้ผลิตตรึงราคาขายสินค้าไปจนถึงสิ้นปีนี้ ประกอบกับบริษัทมองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนัก จึงไม่ควรปรับขึ้นราคาสินค้า

ขณะเดียวกันได้หารือกับผู้ผลิตสินค้า(ซัพพลายเออร์)ในการตรึงราคาสินค้าดังกล่าวแล้ว

พร้อมกันนี้ บิ๊กซีได้จัดโปรโมชันพิเศษในช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ใช้จ่ายครบ 600 จะได้รับคูปองเงินสดมูลค่ารวม 30 บาท และได้ขยายเวลาเปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืนในทุกสาขาทั่วประเทศ จากเดิมจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.0023.00 น. โดยจะเริ่มจัดโปรโมชั่นดังกล่าวตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ส.ค.นี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในช่วงสิ้นเดือนให้คึกคักมากขึ้นและเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัทช่วงปลายปี นอกจากนี้ บิ๊กซี มีแผนจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้

น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารร้านค้าท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ซูเปอร์, ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวว่า บริษัทยังตรึงราคาขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำหน่ายอยู่ในร้านร้านท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ซูเปอร์, ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการหารือกับซัพพลายเออร์แล้ว และยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นราคาขายสินค้า เนื่องจากต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับคงที่

ประกอบกับมองว่าในช่วงไตรมาส 4 นี้ จะเข้าสู่ฤดูการจับจ่ายของประชาชน ทำให้การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกมีความรุนแรงมาก จึงไม่มีผู้ผลิตรายใดอยากขึ้นราคาขาย ดังนั้นผู้บริโภคจึงได้รับผลดี

ากการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ส่วนแผนการตลาดของบริษัทนับจากนี้ จะเน้นทำโปรโมชั่นและทำกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด

“ตอนนี้ซัพพลายเออร์แจ้งมาว่ามีผู้ผลิตข้าวสารและน้ำมันพืชขอปรับขึ้นราคาเล็กน้อย แต่สินค้าดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ การจะขึ้นราคาได้หรือไม่ต้องให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้ และปัจจุบันยังไม่มีการปรับราคาสินค้าดังกล่าวภายในท็อปส์” น.ส.ภัทรพร กล่าว

นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฮา ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราเกษตร ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันผู้ประกอบการข้าวถุงในตลาดยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขายสินค้าแต่อย่างใด เนื่องจากผลผลิตข้าวสารในตลาดยังมีจำนวนมาก และภาครัฐยังมีสต๊อกข้าวนานถึง 1 ปี รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่มีความรุนแรง จากการที่มีผู้ประกอบการข้าวถุงในตลาดรวมมากกว่า 1 หมื่นรายทั่วประเทศ ส่วนจะมีการขอขึ้นราคาขายเมื่อใดนั้น มองว่า จะต้องขึ้นอยู่กับผลผลิตในตลาด สภาพภูมิอากาศ และความต้องการในตลาดโลกเป็นหลัก

ปัจจุบันราคาขายปลีกของข้าวขาวในตลาดอยู่ที่ 5 กิโลกรัม ราคา 90120 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิจะอยู่ที่ 5 กิโลกรัม ราคาขายปลีก 180200 บาท ซึ่งที่ผ่านมาราคาขายจะปรับขึ้นและลงประมาณ 10 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการทำโปรโมชันหรือต้นทุนการผลิต

ขณะที่การบริโภคข้าวสารในประเทศปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 10 ล้านตัน เติบโตประมาณ 510% จากปีก่อน ตามแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ หากขยายตัวดีจะมียอดการบริโภคที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69