'ฟูจิซีร็อกซ์' เปิดโมเดลใหม่ นวัตกรรมโซลูชั่นควบบริการ
บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ มุ่งผู้นำด้านโซลูชั่นและบริการ
โดย...วารุณี อินวันนา
บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ มุ่งผู้นำด้านโซลูชั่นและบริการ ด้านการบริหารจัดการเอกสารครบวงจร ด้วยการเชื่อมเครื่องถ่ายเอกสาร พรินเตอร์เข้ากับอินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลก ต่อยอดธุรกิจดั้งเดิมเพิ่มรายได้ใหม่ยุคดิจิทัล
ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะถูกนำไปขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทในเครือรวมทั้งตัวแทนจำหน่ายกว่า 80 แห่งทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จากปัจจุบันที่ธุรกิจหลักขององค์กรแห่งนี้มี 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสำหรับสำนักงาน พรินเตอร์สำนักงาน ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระดับโปรดักชั่น หรือดิจิทัล พรินติ้ง และธุรกิจบริการบริหารจัดการกระบวนการด้านงานเอกสารครบวงจร
ฮิโรชิ คูริฮารา ประธานบริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทเมื่อเดือน มิ.ย. 2558 ได้ปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจฟูจิ ซีร็อกซ์ มุ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจโซลูชั่นและบริการ ด้านการบริหารจัดการเอกสาร ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จัดการต้นทุน และมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมบริการด้านเอกสารและการสื่อสารในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ธุรกิจโซลูชั่นและบริการจะมุ่งเน้นไปที่การช่วยแก้ปัญหาการทำงานให้ลูกค้าแต่ละรายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับตัวสู่กระแสโลกา
ภิวัตน์ ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่ปัจจุบันเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ในขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีการปฏิวัติอย่างรวดเร็วและเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ธุรกิจทั่วโลกยังพลิกโฉมหน้าการผลิตเข้าสู่การปฏิวัติโลกอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 ที่เน้นการนำดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานทุกกระบวนการ มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และกระแสการเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้ากับอินเทอร์เน็ต สามารถทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet of Things : IoT) รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ
ล่าสุด ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้พัฒนาระบบอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ในธุรกิจ ด้วยการสร้างพันธมิตรด้านผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ภายใต้แนวคิดสมาร์ท เวิร์ก เกตเวย์ “Smart Work Gateway” ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ในการเชื่อมโยงเครื่องมัลติฟังก์ชั่นของฟูจิ ซีร็อกซ์ เข้ากับระบบคลาวด์ต่างๆ ที่ลูกค้าสามารถพิมพ์และสแกนเอกสารที่จัดเก็บไว้ในคลาวด์ต่างๆ ผ่านเครื่องดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เหมือนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จัดการต้นทุน และมีความปลอดภัยสูง
คูริฮารา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์เข้ายุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ และพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับโลกอินเทอร์เน็ตได้ทุกช่องทาง หรือไอโอที ทำให้บริษัทโตได้อย่างมั่นคง และรักษาความสามารถด้านการแข่งขันได้ในอนาคต ด้วยจุดแข็ง 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ความสามารถในการจัดการการปฏิรูปขั้นตอนการดำเนินธุรกิจจากสถานที่ต่างๆ รวมถึงการปฏิรูปด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามา เช่น ที่โรงงานผลิตเครื่องถ่ายเอกสารและรีไซเคิล ที่เมืองซูซูกะ (Suzuka Center) ได้ใช้แนวคิดไอโอทีในโรงงานผลิตที่เรียกว่า “Supply Chain Quality Management (SCQM)” เพื่อตรวจสอบการทำงานในกระบวนการผลิตได้ 24 ชั่วโมง หรือแบบเรียลไทม์ และติดตามข้อมูลชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดซัพพลายเชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
2.จุดแข็งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นรูปแบบต่างๆ ตลอดการทำงานในแต่ละวัน เช่น บทสนทนา รูปภาพ เสียง เอกสาร เป็นต้น ซึ่งฟูจิ ซีร็อกซ์ มีประสบการณ์จัดการข้อมูลและรูปภาพต่างๆ ปัจจุบันกำลังพัฒนาเทคโนโลยีจัดโครงสร้างข้อมูลต่างๆ เหล่านี้อย่างเป็นระบบ เพื่อการบริหารจัดการอย่างง่าย ซึ่งมั่นใจว่าตลาดกำลังต้องการสิ่งเหล่านี้เข้าไปจัดการข้อมูล และ 3.จุดแข็งด้านเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า ผ่านกระบวนการขายตรง หรือไดเรกต์เซล ในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจซึ่งนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้า
ด้าน มาซาชิ ฮอนดะ รองประธานอาวุโส บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ ประเทศญี่ปุ่น และประธานบริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ธุรกิจด้าน “โซลูชั่นและบริการ” ของฟูจิ ซีร็อกซ์ เน้นให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลักๆ ได้แก่ ด้านการผลิต ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน ด้านการศึกษา ด้านบริการสาธารณะ
สำหรับในประเทศไทย ลูกค้าที่ใช้บริการโซลูชั่นและบริการ ด้านการบริหารจัดการเอกสารมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมด้านการผลิต และด้านสุขภาพ เพราะไทยมีโรงงานอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องการโซลูชั่นเข้าไปช่วยจัดกระบวนการทำงาน การจัดการเอกสารเสนอราคา คำสั่งซื้อ
ขณะที่ธุรกิจดูแลสุขภาพของไทยกำลังโตรวดเร็ว โดยรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนชัดเจน ทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ขยายมาก
ฮอนดะ กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้นำในเอเชียแปซิฟิก ด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสำหรับสำนักงาน มีส่วนแบ่งตลาด 28% ส่วนอีก 4 รายใหญ่มีส่วนแบ่งตั้งแต่ 9-13% และมีส่วนแบ่งดิจิทัล พรินติ้ง 61% ส่วนคู่แข่งมีไม่ถึง 20%
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้ยึดแนวคิด สมาร์ท เวิร์ก เกตเวย์ ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานในปัจจุบันด้วยการเชื่อมกับระบบคลาวด์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ การรองรับการทำงานด้านเอกสารตามขั้นตอนที่ซับซ้อน และการบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลได้ง่าย &O5532;


