
แผนรับมือขึ้นค่าแรงรอบใหม่
เอสเอ็มอีขอรัฐทำโครงการส่งเสริมลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพผลิต
เอสเอ็มอีขอรัฐทำโครงการส่งเสริมลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพผลิต
เอสเอ็มอีเตรียมรับมือค่าแรงปรับเพิ่มปี 2560 กระทบต้นทุน ขอรัฐผุดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ หนุนธุรกิจลดต้นทุน
นายคณานันต์ ตั้งสัมพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอราวัณฟูด ผู้ประกอบธุรกิจ ผัก ผลไม้กระป๋องแปรรูป แบรนด์ ช้างคู่ลูกโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในปี 2560 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการที่ภาครัฐปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศรอบใหม่ มีผลทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจเอสเอ็มอีมีความเข้าใจถึงนโยบายดังกล่าว แต่สิ่งที่อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการจะเป็นเรื่องการมีโครงการส่งเสริมภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า
ขณะเดียวกัน อยากให้มีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการปรับกระบวนการผลิตสินค้า เพื่อลดต้นทุน และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน เพื่อทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีควบคุมต้นทุนและไม่ต้องปรับราคาสินค้าที่จะกระทบกับผู้บริโภค
สำหรับภาพรวมบริษัทมีโรงงานใน จ.สมุทรสาคร ก็ต้องเตรียมแผนปรับขึ้นค่าแรงให้แก่พนักงานทั้งหมด พร้อมเตรียมแผนรับมือต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยการมุ่งปรับแผนการผลิตสินค้าในองค์กรที่จะลดต้นทุนภายใน ลดการสูญเสียผลิตสินค้าที่ไม่จำเป็น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าและเพิ่มทักษะแรงงาน โดยนโยบายดังกล่าวบริษัททำมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายการเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า
“ในช่วงปี 2559 บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น ทั้งต้นทุนกระป๋องเพิ่มขึ้น 10% และวัตถุดิบสินค้าเกษตรปรับขึ้นราคากว่าเท่าตัว รวมแล้วทำให้ต้นทุนสูงขึ้นกว่า 10% แต่บริษัทมีการปรับขึ้นราคาสินค้าให้แก่ลูกค้าประมาณ 5-6% เท่านั้น และต้องดูแลต้นทุนในองค์กร” นายคณานันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการทำตลาดส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้า 95% และในประเทศ 5% ซึ่งยอดขายปี 2559 คาดว่าจะเติบโต 10% และปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยบริษัทมีพนักงานรวม 200 คน และพนักงานชั่วคราว 300 คน รวมแล้วมีพนักงานรวม 500 คน
นายทรงฤทธิ์ อมรวิกัยกุล รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงในปีหน้ามีผลกระทบต่อเอสเอ็มอี แต่อยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการรับได้ เพราะปรับขึ้นไม่มาก โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมแผนรับมือไว้ระยะยาว คือปัญหาแรงงานขาดแคลนประเทศต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานจากเมียนมา คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวได้ดี แรงงานจะย้ายกลับไปทำงานในประเทศมีผลให้แรงงานในไทยลดลง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2560 เฉลี่ยปรับขึ้น 5-10 บาท/วัน โดยปรับขึ้น 69 จังหวัด และคงเดิมใน 8 จังหวัด







