posttoday
คลังขู่ยึดคืน! เงินค่าเบิกจ่ายยาข้าราชการเกินความจำเป็น

คลังขู่ยึดคืน! เงินค่าเบิกจ่ายยาข้าราชการเกินความจำเป็น

06 ธันวาคม 2559

คลังคาดโทษข้าราชการและโรงพยาบาล จ่ายยารักษาเกินความจำเป็น ริบเงินค่ายาคืนเข้าคลังทันที

คลังคาดโทษข้าราชการและโรงพยาบาล จ่ายยารักษาเกินความจำเป็น ริบเงินค่ายาคืนเข้าคลังทันที

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือไปถึงหน่วยราชการและสถานพยายาลของรัฐทุกแห่ง เพื่อทำความเข้าใจการเบิกจ่ายค่ายาทั้งในบัญชียาหลักและยานอกบัญชียาหลัก ที่ใช้ในการรักษาพยาบาลข้าราชการให้มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลและเป็นการประหยัดเงินงบประมาณค่ารักษาพยาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท และปีงบประมาณ 2559 อยู่ที่ 7.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดว่ากรณีที่แพทย์สั่งยาในบัญชีหลักในการรักษาพยาบาลข้าราชการ แต่ไม่เป็นไปตามแนวทางการกำกับการใช้ยา เช่น มีการยาจำนวนมากๆ หลายๆ เดือน การจ่ายยาโรคเฉพาะทางที่แพทย์ผู้รักษาไม่ได้มีความเชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งแพทย์ผู้รักษาจะต้องเขียนเหตุผลการที่ไม่สามารถปฎิบัติตามแนวทางการกำกับใช้ยาในบัญชียาหลักไว้ในทะเบียนประวัติของคนไข้เพื่อใช้ตรวจสอบในภายหลัง

นอกจากนี้ สถานพยาบาลจะต้องมีกลไกการกำกับการจ่ายยาของแพทย์ดังกล่าว หากกรมบัญชีกลางตรวจพบว่าสถานพยาบาลไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ทางกรมบัญชีกลางจะทำการเรียกเงินค่ายาที่มีการเบิกจ่ายทั้งหมดคืน

สำหรับการกำกับการจ่ายยานอกบัญชียาหลักในการรักษาข้าราชการ จะต้องมีใบรับรองของสถานพยาบาล ระบุสาเหตุในการใช้ยานอกบัญชียาหลัก และรายชื่อของแพทย์ที่ทำการสั่งจ่ายยา จึงสามารถใช้ประกอบในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้

แหล่งข่าวระบุว่า การเบิกจ่ายยารักษาพยาบาลข้าราชการเป็นภาระงบประมาณจำนวนมาก โดยค่ารักษาพยาบาลในแต่ละปี 80% เป็นค่ารักษาผู้ป่วยนอกและส่วนใหญเป็นค่ายา ซึ่งหากดูแลการกำกับให้การจ่ายยามีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศมากขึ้น

สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเรียกผู้เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลข้าราชการ ทั้งผู้บริหารโรงพยาบาล ตัวแทนข้าราชการ เพื่อทำความเข้าใจที่จะให้บริษัทประกันเข้ามาบริการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งจะทำรายละเอียดเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบและเริ่มใช้ปีงบประมาณ 2561 โดยสิทธิการรักษาของข้าราชการอย่างเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม แต่ค่าเบี้ยประกันจะต้องไม่มากกว่างบประมาณที่รัฐบาลใช้ในแต่ละปีที่ผ่านมา

นายสมชัย กล่าวว่า เมื่อบริษัทประกันเข้ามาบริหารค่ารักษาพยาบาลจะทำให้งบประมาณที่ใช้ในการรักษาพยาบาลลดลง เนื่องจากเอกชนมีระบบตรวจสอบการรักษาไม่ให้เกิดการรั่วไหลดีกว่ากระทรวงการคลัง เพราะมีกำลังคนไม่พอ และการจับข้าราชการที่เวียนเทียนหาหมอขอยาแพงๆ จำนวนมาก เพื่อไปขายต่อ ที่ทำได้อยู่ในปัจจุบันก็เป็นส่วนน้อยของที่มีการกระทำผิดทั้งหมด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นผลดีกับประเทศในระยะยาว ทำให้ฐานะการเงินคลังของประเทศมีความเข้มแข็ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ