
อเบอร์ดีนทิ้งหุ้นAMARIN
บลจ.อเบอร์ดีนทิ้งหุ้นAMARIN เกลี้ยง 5.7% “เอ็มเอฟซี” ขาย CGH 1.11% เหลือถือ 8.9%
บลจ.อเบอร์ดีนทิ้งหุ้นAMARIN เกลี้ยง 5.7% “เอ็มเอฟซี” ขาย CGH 1.11% เหลือถือ 8.9%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)อเบอร์ดีน ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 ได้จำหน่ายหุ้นของบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN) คิดเป็น 5.7317% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้ไม่เหลือถือหุ้นอีก
ทั้งนี้ การขายหุ้นดังกล่าวเป็นวันเดียวกับที่ AMARIN ได้ขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาต่ำกว่าราคาในตลาดให้กับบริษัท วัฒนภักดี โดย นายฐาปน และ นายปณต สิริวัฒนภักดี ในราคาหุ้นละ 4.25 บาท รวมมูลค่า 850 ล้านบาท หรือคิดเป็น 47.62% ส่งผลให้วันดังกล่าวราคาหุ้น AMARIN เหวี่ยง 29% ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 7.30 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 9.65 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 7.35 บาท ลดลง 10 สตางค์ ก่อนพุ่งขึ้น 15% มาปิดที่ 8.50 บาท ในวันถัดไป
ด้าน บลจ.เอ็มเอฟซี ได้จำหน่ายหุ้นบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 คิดเป็น 1.11% ส่งผลให้เหลือถือหุ้นคิดเป็น 8.9%
นอกจากนี้ จากการรวบรวมการรายงานซื้อขายหุ้นของ บลจ.ตลอดเดือน พ.ย.นี้ พบว่า บลจ.ยูโอบี (ไทย) ได้มาซึ่งหุ้นบริษัท คอมเซเว่น (COM7) วันที่ 23 พ.ย. 2559 จำนวน 0.17% ส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 5.05% บลจ.กสิกรไทย ได้มาซึ่งหุ้นบริษัท (BEAUTY) วันที่ 16 พ.ย. 2559 จำนวน 1.74% ทำให้ถือเพิ่มเป็น 5.68%
บลจ.บัวหลวง จำหน่ายหุ้นบริษัท (AAV) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2559 จำนวน 0.39% ทำให้เหลือถือหุ้น 9.71% และวันที่ 10 พ.ย. 2559 บลจ.บัวหลวง ได้มาของหุ้น บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) จำนวน 0.04% ส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 10.01% นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย จำหน่ายหุ้นบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 จำนวน 0.27% เหลือ 4.93%







