
เกาะ5เทรนด์ไอที
แซดทีอี ระบุ 5 ปีอุปกรณ์เชื่อมต่อไอโอทีทั่วโลกพุ่งแตะ 1.5 หมื่นล้านเครื่อง ตลาดอุปกรณ์เสมือนจริงบูม โหน 5 เทรนด์ดันรายได้โตสองเท่าตัว
แซดทีอี ระบุ 5 ปีอุปกรณ์เชื่อมต่อไอโอทีทั่วโลกพุ่งแตะ 1.5 หมื่นล้านเครื่อง ตลาดอุปกรณ์เสมือนจริงบูม โหน 5 เทรนด์ดันรายได้โตสองเท่าตัว
นายหวัง เฮลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เปิดเผยว่า แนวโน้มในปี 2563 เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์ จากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.5 หมื่นล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นยุคของดาต้า โดยตลาดอุปกรณ์เสมือนจริง (Virtuality) เป็นเทรนด์แรกของตลาดที่มาแรงและได้รับความนิยมกระทั่งมีมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท
ขณะที่เทรนด์ 2 การเปิดกว้างของโลกไร้พรมแดน (Openness) ทำให้บริษัทต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร ทั้งการวิจัยและพัฒนาสินค้า และเทรนด์ที่ 3 การเลือกสรรอย่างชาญฉลาด (Intelligence) หรือการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเหมือนคนในอุปกรณ์ต่างๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นเทรนด์ 4 การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น (Cloudfication) จากการที่รัฐบาลขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 บริษัทจึงหันมาใช้คลาวด์การเก็บข้อมูลมากขึ้น แต่ในยุคนี้ต้องเป็นไฮบริดคลาวด์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนเทรนด์ 5 อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ในอนาคตไลฟ์สไตล์ของคนไทยจะเข้าสู่สมาร์ทไลฟ์ โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับภาครัฐในการสร้างสมาร์ทซิตี้ หรือกระทั่งสมาร์ทบัส เพื่ออำนวยความสะดวกสบายประชากรไทยยิ่งขึ้น โดยเทรนด์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า
สำหรับแผนธุรกิจทั่วเอเชียรวมทั้งไทยของแซดทีอีนั้น จะมุ่งเน้นเทคโนโลยีสารสนเทศเคลื่อนที่ หรือโมบายไอซีที (M-ICT) โดยการเชื่อมต่อโครงข่ายเคลื่อนที่และสำหรับทุกสิ่ง รวมทั้งนำเสนอการบริการช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ทั้งจากเอไอเอส ทรู ทีโอที สามารถส่งมอบเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลายอย่างครอบคลุมภายในปี 2563
ด้านธุรกิจคลาวด์ บริษัทมีโซลูชั่นเครือข่าย Elasticnet 3.0 ถูกออกแบบรองรับกับข้อมูลบนคลาวด์ ช่วยบริหารจัดการเครือข่ายระดับซอฟต์แวร์ พร้อมกับนำเสนอโซลูชั่นยุคก่อน 5จี เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วมากกว่า 4-6 เท่าเมื่อเทียบกับ 4จี
ทั้งนี้ รายได้ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 4.05% หรือเพิ่มจากกว่า 2.36 แสนล้านบาท เป็น 2.46 แสนล้านบาท กำไรสุทธิโต 9.33% หรือเพิ่มจากกว่า 8,300 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายปี 2563 รายได้ทั่วโลกจะเติบโตสองเท่าตัว แบ่งเป็น รายได้กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม 50% และอุปกรณ์การสื่อสาร อาทิ สมาร์ทโฟน 50% แต่ในอนาคตกลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายในช่วง
3 ปี (2560-2562) จะเติบโต 50%







