
ลอยฟ้า พาดีไซน์เจาะตลาดมาเลเซีย
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
“ลอยฟ้า” ธุรกิจท้องถิ่นที่ทะยานสู่กิจการส่งออกผลิตภัณฑ์ดีไซน์ไปยังต่างประเทศ ในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบสินค้าของที่ระลึกและของแต่งบ้านจาก “พิวเตอร์” เป็นรายแรกที่สร้างความแตกต่างด้วยผลงานการออกแบบจากดีไซเนอร์ไทย
อนุภาพ ลอยฟ้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอยฟ้า คอลเลคชั่น เปิดเผยว่า ลอยฟ้า (Loyfar) คือ โรงงานออกแบบและผลิตสินค้าประเภทของชำร่วย ที่ระลึก และของตกแต่งบ้านแนวดีไซน์ที่ทำจากดีบุกหรือพิวเตอร์ (Pewter) โดยได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2539 จากประสบการณ์งานออกแบบยาวนานกว่า 20 ปี ปัจจุบันสินค้าเป็นที่รู้จักและส่งออกยังต่างประเทศกว่า 60%
สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คือ งานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และวัสดุจากดีบุก แร่โลหะบริสุทธิ์ ที่มีมูลค่าในตลาด ทั้งเป็นโลหะที่ทนต่อการกัดกร่อน ทำให้ผลิตภัณฑ์คงทนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
ทั้งนี้ จากวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้จริง และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการทำตลาดในประเทศ 40% และต่างประเทศ 60% แบ่งเป็นตลาดเอเชีย 20% และตลาดยุโรปและอเมริกา 40% โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่เติบโตอย่างมาก
อนุภาพ กล่าวถึงตลาดส่งออกในตลาดเอเชียสัดส่วน 20% โดยแบ่งเป็นการส่งออกไปยังมาเลเซีย 7% นั้น ด้วยเป็นประเทศที่ทำการตลาดง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ด้วยชาวมาเลเซียชื่นชอบสินค้าไทย โดยเฉพาะงานฝีมือและงานแอนด์คราฟ ทำให้การเติบโตในประเทศมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมยอมรับว่า มีสิ่งท้าทายในช่วงก่อนเข้าทำตลาด จากขั้นตอนทางกฎหมายและเอกสารการนำเข้าสินค้าอย่างถูกต้อง ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยสูง ดังนั้นการมีหุ้นส่วนทางธุรกิจในประเทศมาเลเซียเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวมาเลเซียชื่นชอบงานดีไซน์ดอกไม้นานาชนิด ขณะที่บรรจุภัณฑ์จะชื่นชอบลวดลายไทยๆ และยังรักการตกแต่งบ้าน ซึ่งพื้นที่โดยเฉลี่ยกว้างกว่าบ้านในประเทศไทย เป็นโอกาสให้แก่สินค้าประเภทของตกแต่งบ้าน ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่ คือชาวจีนมาเลย์ และอินเดียมาเลย์ เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและชื่นชอบแบรนด์ลอยฟ้า
ขณะที่ในปัจจุบันแบรนด์ลอยฟ้าเป็นที่ยอมรับและติดตลาดในมาเลเซีย มี 4 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาในกัวลาลัมเปอร์ คือ บางซา วิลเลจ (Bangsar Village) สุบังจายา (Subang Jaya) และพาร์คสัน พาวิลเลี่ยน (Parkson Pavilion) และเป็นสาขาในยะโฮร์ บาห์รู 1 แห่ง คือ เมโทรจายา คอมต้า (Metrojaya Komtar) ซึ่งสาขาบางซา วิลเลจ ขายของตกแต่งบ้านเป็นหลักประมาณ 80% เนื่องจากทำเลที่ตั้งใกล้กับที่พักอาศัยและคอนโด อีกทั้งเป็นสาขาที่กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูง ส่วนสาขาอื่นๆ มีประเภทสินค้าคละกันไประหว่างของตกแต่งบ้านและของที่ระลึกกลุ่มละ 50%
โดยในส่วนของงานออกแบบ พบว่าความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าในมาเลเซียจะขึ้นอยู่กับชาติพันธุ์ด้วย เช่น ชาวมาเลย์พื้นเมืองชื่นชอบงานดีไซน์เรียบๆ ซึ่งลวดลายมักเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมทางศาสนาอิสลาม ส่วนกลุ่มลูกค้าหลัก คือ จีนมาเลย์และอินเดียมาเลย์ชอบงานดีไซน์ ประเภทดอกไม้ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่รสนิยมเปลี่ยนแปลงไป จะชื่นชอบสินค้าที่
โมเดิร์นมากขึ้น
นอกเหนือจากนี้ ตลาดส่งออกหลัก คือ ตลาดยุโรป แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลง แต่กลุ่มผู้บริโภคระดับบนมีกำลังซื้อ และชื่นชอบสินค้าตกแต่งบ้านแบรนด์ลอยฟ้า ซึ่งเติบโตได้ดีในประเทศสวีเดนและเยอรมนี อีกทั้งตลาดจีนการเติบโตน่าสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการของผู้บริโภคสูง
โดยกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ เมื่อผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ต้องการบุกตลาดต่างประเทศ คือ การใช้ทุนความรู้ที่ตัวเองมีให้มากที่สุด และต้องสร้างความแข็งแกร่งในตัวสินค้า สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้
สำหรับแบรนด์ลอยฟ้า มีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ในประเทศเจาะตลาดสินค้าที่ระลึกของกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มราชการ อีกทั้งเป็นสินค้าขายดีในสายการบินไทย โดยนอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ของตัวเองแล้ว ยังรับว่าจ้างผลิต (โออีเอ็ม) แก่ลูกค้า ด้วยเป็นบริษัทเดียวที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้
“ผมไม่ใช่นักธุรกิจ แต่เป็นนักออกแบบที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มจากสร้างสินค้าให้แข็งแกร่งและมีคุณภาพ และเริ่มเรียนรู้การทำธุรกิจ และรู้จักเลือกหุ้นส่วนที่ดี ในการบุกตลาดต่างประเทศ คือ สองสิ่งที่ทำให้ธุรกิจค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคง” อนุภาพ กล่าวทิ้งท้าย







