
ธสน.ชี้เศรษฐกิจปี’60วิ่งฉิว
ธสน.มั่นใจปีหน้าเศรษฐกิจไทยขาขึ้น อานิสงส์ส่งออก-ท่องเที่ยว-การลงทุน ดียกแผง เตือนระวังค่าเงินผันผวน แนะผู้ส่งออกป้องกันความเสี่ยง
ธสน.มั่นใจปีหน้าเศรษฐกิจไทยขาขึ้น อานิสงส์ส่งออก-ท่องเที่ยว-การลงทุน ดียกแผง เตือนระวังค่าเงินผันผวน แนะผู้ส่งออกป้องกันความเสี่ยง
ฝ่ายวิจัยธุรกิจธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2559 โดยล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 จะขยายตัว 3.4% เพิ่มขึ้นจาก 3.3% ในปี 2559 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนตาม เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟฟ้าทางคู่ โดยในระยะสั้นจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน และส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นต้น ขณะที่ในระยะถัดไปการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กลับมาลงทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเกษตรเริ่มปรับฐานขึ้น โดยเฉพาะราคายางพารา อ้อย และผลไม้ ที่มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และหนุนให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามสถานการณ์ภัยธรรมชาติ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ผันผวนมากขึ้น
สำหรับโครงการรถคันแรกที่เริ่มตั้งแต่ปี 2554 กำลังครบอายุถือครองรถยนต์ 5 ปี ซึ่งทำให้กำลังซื้อกลับมา ประกอบกับการท่องเที่ยวยังมีความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดคาดว่าในปี 2560 นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยกว่า 37 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 33 ล้านคนในปี 2559 โดยนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่ยังขยายตัวสูง แม้จะชะลอลงบ้างในระยะสั้นจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ
ขณะที่ด้านตลาดสินเชื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สภาพคล่องในระบบยังมีอยู่อีกมาก สะท้อนจากเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝาก หรือ L/D Ratio ในไตรมาส 3 ปี 2559 อยู่ที่ 96.9% เพียงพอในการสนับสนุนการฟื้นตัวของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อครัวเรือนในระยะถัดไป
สำหรับการส่งออกปี 2560 น่าจะดีขึ้นจากปี 2559 และมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับมาขยายตัวได้ครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกไปตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) เป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ราว 7-8% ขณะที่สัดส่วนการส่งออกของไทยไปซีแอลเอ็มวี คิดเป็น 10% ของมูลค่า ส่งออกรวม ขยับแซงหน้าตลาดอียูและญี่ปุ่นแล้ว โดยสินค้าส่งออกของไทยที่มีศักยภาพในตลาดซีแอลเอ็มวี ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค และวัสดุก่อสร้าง
นอกจากนี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยมูลค่าส่งออกของไทยไปตลาดเกิดใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขยายตัวเฉลี่ยราว 10.5% สูงกว่าการส่งออกรวมที่ขยายตัวเฉลี่ย 6.8%
อย่างไรก็ดี ฐานมูลค่าส่งออกปี 2559 อยู่ในระดับต่ำ นับตั้งแต่ปี 2556 มูลค่าส่งออกของไทยหดตัวต่อเนื่อง แม้ว่ามูลค่าส่งออกปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัว 0% หรืออาจพลิกกลับมาเป็นบวกเล็กน้อย แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้การส่งออกปี 2560 กลับมาขยายตัวได้
ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลสำหรับการส่งออกในปี 2560 คือ นโยบายกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ทั้งแง่บวกและแง่ลบ และการยกเลิกข้อตกลงทีพีพี ช่วยปิดจุดอ่อนข้อเสียเปรียบของไทยจากการได้แต้มต่อทางภาษีของหลายประเทศคู่แข่งสำคัญที่อยู่ในทีพีพีโดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นคู่แข่งของไทยในหลายสินค้า อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
สำหรับการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจะเป็นโอกาส โดยสินค้าส่งออกของไทยที่เคยเป็นคู่แข่งกับจีนในตลาดสหรัฐ อาจแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้บางส่วน อาทิ ยางล้อรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบของไทยไปจีนเพื่อผลิตและส่งออกไปตลาดสหรัฐ อาทิ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2560 จะขยายตัว 6.2% ชะลอลงจาก 6.6% ในปี 2559 ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปจีนในปี 2560 ยังมีทิศทางไม่แน่นอน
นอกจากนี้ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกไทยจึงควรเตรียมเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด หลังจากปี 2559 เผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกินอย่างมาก ล่าสุดไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกเฉลี่ยปี 2560 ที่ 50.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 2559







