
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
โดย...ดิลก ถือกล้า
โดย...ดิลก ถือกล้า
ผมมีโอกาสได้นั่งแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับผู้บริหารชาวอินโดนีเซีย ที่ทำงานอยู่กับบริษัทรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นในประเทศอินโดนีเซียเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งตลาดรถยนต์ที่อินโดนีเซีย เธอชื่อ Lina เธอบอกว่า ตลาดรถยนต์ที่อินโดนีเซีย โดยเฉพาะในจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียนั้น ได้รับผลกระทบจากเรื่องปัญหาการจราจรและรถติดอย่างมหาศาล ทำให้ยอดขายรถถดถอยลง
เรามีการโต้แย้งกันเล็กน้อยถึงเรื่องรถติด เพราะผมบอกว่า กรุงเทพฯ เป็นอันดับหนึ่งของโลกในเรื่องของรถติด แต่เธอไม่ยอม บอกว่า จาการ์ตาต่างหากที่เป็นอันดับหนึ่ง พร้อมทั้งยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจาการ์ตาให้ฟังว่า ล่าสุดรถติดจนต้องมีคนตายกลางถนนเพราะไปหาหมอไม่ทัน ผมเลยต้องยอมแพ้
แต่สิ่งที่น่าสนใจ เธอบอกว่า ในวิกฤตแบบนี้ กลับสร้างธุรกิจอีกอย่างให้เติบโตขึ้นอย่างมากคือ GO-JEK ธุรกิจมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว ผมเลยขอให้ Lina เล่าให้ฟังว่า GO-JEK คืออะไร มีที่ไปที่มาอย่างไร เธอบอกว่า GO-JEK เป็นการเล่นคำระหว่างคำว่า “GO” ที่แปลว่า ไป บวกกับคำว่า “Ojek” ซึ่งเป็นภาษา Bahasa Indonesia แปลว่า รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
Lina บอกว่า GO-JEK เป็นบริษัทมอเตอร์ไซค์รับจ้างอัจฉริยะ ที่เริ่มตั้งเมื่อปี 2554 ด้วยมอเตอร์ไซค์เพียงแค่ 20 คัน ที่วิ่งให้บริการในเมืองจาการ์ตา แต่ผ่านไปเพียง 5 ปี GO-JEK มีการขยายการให้บริการออกไปยังเมืองใหญ่ๆ ในอินโดนีเซียอีกหลายเมือง เช่น บาหลี บันดุง ซูราบายา เป็นต้น
ขณะเดียวกัน GO-JEK ยังไปถึงเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย ด้วย ปัจจุบันมีรถที่อยู่ในสังกัดของ GO-JEK มากกว่า 2 หมื่นคัน ผมสนใจมากเพราะเคยคิดเล่นๆ เมื่อหลายปีก่อนว่า เรามีแท็กซี่มิเตอร์ ทำไมเราไม่มีมอเตอร์ไซค์มิเตอร์บ้าง เลยขอให้ Lina สาธิตให้ดูว่า การเรียกรถทำอย่างไร เธอบอกว่าหลักการคล้ายกับแอพพลิเคชั่นของ Grab หรือ Uber
เธอเริ่มจากการเปิดแอพพลิเคชั่น GO-JEK เข้าไปเลือก "Driver near me" จากนั้นบอกจุดหมายว่าเราอยู่ไหนและมีเป้าหมายปลายทางจะไปไหน เพียงเท่านี้ แอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็จะทำการคำนวณราคาค่าโดยสารออกมาให้เรา
อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นอยู่ที่ 400 รูเปียห์อินโดนีเซีย/กิโลเมตร หรือประมาณ 6 บาท จากนั้นกด "Finding your driver" ก็จะมีรูปคนขับ พร้อมชื่อปรากฏให้เห็น แล้วหลังจากนั้นเราก็เพียงแค่รอให้มารับที่จุดนัด
ที่ทำให้ผมต้องอ้าปากค้างคือว่า Lina บอกผมว่า ตอนนี้ GO-JEK ไปไกลกว่าการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างอัจฉริยะ แต่ได้ขยายไปทำ GO-MART รับจ้างซื้อของในห้างแล้วนำมาส่งให้ที่บ้าน GO-CLEAN รับจ้างทำความสะอาดบ้านและล้างรถ GO-MASSAGE รับนวดถึงบ้าน GO-SALON รับสระผม ทำผมให้ที่บ้าน และอาจจะมี GO อย่างอื่น ตามมาอีกอย่างแน่นอน
หลังจากนั่งคุยกับ Lina จบแล้วผมบอกกับตัวเองว่า นี่คือสุดยอดของการใช้วิกฤตเป็นโอกาสอย่างแท้จริง







