
เอฟเอ็นกางแผนลุยต่อ
เอฟเอ็น วาดแผน 3 ปี ทุ่ม 600 ล้าน ผุด 5 สาขา เมืองท่องเที่ยว ปรับแผนเพิ่มพื้นที่เช่าร้านอาหารเป็นแม่เหล็กดูดคนท้องถิ่น
เอฟเอ็น วาดแผน 3 ปี ทุ่ม 600 ล้าน ผุด 5 สาขา เมืองท่องเที่ยว ปรับแผนเพิ่มพื้นที่เช่าร้านอาหารเป็นแม่เหล็กดูดคนท้องถิ่น
นายเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท ผู้ดำเนินธุรกิจและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าเอฟเอ็น เอ๊าท์เลท เปิดเผยว่า แผนธุรกิจ 3 ปี (2559-2561) บริษัททุ่มงบ 600 ล้านบาท ขยายสาขาเอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท 5 สาขา จากเดิมมีทั้งหมด 7 สาขา อาทิ จ.เพชรบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี และล่าสุดได้เปิดสาขาที่ 8 ที่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา รูปแบบแฟล็กชิปสโตร์
ทั้งนี้ ในปีหน้าจะเปิด 2 สาขา เบื้องต้นมีขนาดพื้นที่ 1 หมื่น ตร.ม. ใช้งบลงทุน 110-120 ล้านบาท/สาขา โดยพิจารณาทำเลจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ หรือกระทั่งจังหวัดเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
นอกจากนี้ นโยบายของบริษัทเพิ่มกลุ่มธุรกิจพื้นที่เช่าในกลุ่มของร้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น โดยเน้นแบรนด์มีความแตกต่างจากกลุ่มคอมมูนิตี้มอลล์ ห้างสรรพสินค้า เพื่อเป็นแม่เหล็กดูดกลุ่มเป้าหมายคนท้องถิ่นเดินทางมาท่องเที่ยวสัดส่วน 40% และนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างประเทศ 60% เป็นการลดความเสี่ยงหากตลาดท่องเที่ยวอยู่ในภาวะไม่ดี
“การเพิ่มพื้นที่เช่าร้านอาหารและเครื่องดื่มแต่ละสาขาราว 1,000-2,000 ตร.ม. ส่งผลให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่เอาต์เลตนานขึ้นจาก 45 นาที เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1-2 ชม. และยังมีโอกาสเพิ่มเวลาในการช็อปปิ้งการใช้ภายในเอาต์เลตมากขึ้น ซึ่งพบว่าโมเดลดังกล่าวได้เปิดตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับการตอบรับที่ดี”
สำหรับภาพรวมตลาดท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น เชื่อว่าจะไม่ซบเซา และเอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท ยังเป็นจุดเป้าหมายสำคัญสำหรับการเดินทาง ซึ่งในส่วนของภาพรวมการแข่งขันแข่งด้วยจุดขายการมีสินค้าเฮาส์แบรนด์เอฟเอ็นผลิตขึ้นมาขายเฉพาะเอาต์เลตราคาถูกกว่า 50% นอกจากนี้ยังมีสินค้าฝากขาย 15 แบรนด์ จะสามารถรองรับกับการแข่งขันของห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ได้
ขณะที่รายได้ 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ที่ผ่านมามีจำนวน 800 ล้านบาท และต้องลุ้นสถานการณ์ปลายปีว่าการท่องเที่ยวและปริมาณคนหมุนเวียนเข้ามาจะผลักดันให้สามารถรักษารายได้ 1,100 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมาหรือไม่ แบ่งเป็นรายได้เฮาส์แบรนด์ 66% อาทิ ของใช้ ผ้าปูที่นอน สำหรับสินค้าฝากขายจากแบรนด์ชั้นนำมีสัดส่วน 34% โดยทั้งสองกลุ่มมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกัน







