
เน็ตเร็วสูงโปร่งใส
หลังจากล่าช้ากว่าแผนมานาน โครงการลงทุนเพื่อขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ และอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ วงเงินลงทุนรวม 2 หมื่นล้านบาท ก็กลับมาเริ่มต้นเดินหน้าอีกครั้ง เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รายงานในที่ประชุมให้ทราบถึงความคืบหน้า ว่าการลงทุนทั้งสองส่วนจะลงทุนได้ภายในกรอบปีงบประมาณ 2560 หรืออาจมีบางส่วนเหลื่อมไปปีงบประมาณ 2561
หลังจากล่าช้ากว่าแผนมานาน โครงการลงทุนเพื่อขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ และอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ วงเงินลงทุนรวม 2 หมื่นล้านบาท ก็กลับมาเริ่มต้นเดินหน้าอีกครั้ง เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รายงานในที่ประชุมให้ทราบถึงความคืบหน้า ว่าการลงทุนทั้งสองส่วนจะลงทุนได้ภายในกรอบปีงบประมาณ 2560 หรืออาจมีบางส่วนเหลื่อมไปปีงบประมาณ 2561
รวมทั้งจากการประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานครั้งนี้ มีการแบ่งโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แยกการลงทุนชัดเจน ระหว่างกระทรวงดีอีกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังการหารือไม่ให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานยืดเยื้อมานาน
ในการประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลฯ ครั้งนี้ ได้เห็นชอบให้กระทรวงดีอีลงทุนขยายโครงข่ายในหมู่บ้าน 2.47 หมื่นแห่ง งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบ 1.3 หมื่นล้านบาท ในงบประมาณปี 2560 และอีก 2,000 ล้านบาทในงบปี 2561 ส่วน กสทช.จะลงทุน 19,652 แห่ง (เป็นแผนเดิม 3,920 แห่ง และรับผิดชอบเพิ่มอีก 15,732 แห่ง) โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO)
ขณะที่บริษัท ทีโอที หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินโครงการของกระทรวงดีอี โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน 2.47 หมื่นแห่ง งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ทางทีโอทีบอกว่าอยู่ระหว่างปรัปปรุงทีโออาร์ คาดจะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน พ.ย.นี้
จากนั้นจะจัดหาอุปกรณ์และเริ่มติดตั้งอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านในช่วงต้นปี 2560 จะติดตั้งเสร็จทั้งหมดกว่า 2.47 หมื่นแห่งช่วงไตรมาสท้ายของปี 2560 ส่วนไตรมาสแรกปีหน้าอาจจะติดตั้งได้กว่า 2,000 แห่ง หลังจากติดตั้งทีโอทีจะทำหน้าที่บำรุงรักษาและให้บริการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งรัฐบาลต้องอนุมัติงบค่าบำรุงรักษาอีกราว 750-1,500 ล้านบาท หรือ 5-10% ของค่าติดตั้ง 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าอินเทอร์เน็ตจะคิดตามราคามาตรฐานที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน และทีโอทีมีแผนจะขยายการติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมหมู่บ้านห่างไกล หากงบประมาณโครงการดังกล่าวมีเหลือ
ภาพรวมทั้งหมดในการแก้ปัญหาครั้งนี้ นับว่าการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงหมู่บ้านมีความเป็นรูปธรรมที่จะเดินหน้าได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมประเด็นที่เคยโดนทักท้วงจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ในแง่ของความคุ้มค่าของโครงการบางแห่ง การเขียนทีโออาร์ที่เสี่ยงจะเข้าทางเอกชนบางรายเหมือนกับล็อกสเปกประมูลกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต ซึ่งสิ่งนี้อาจจะตามมาด้วยการฟ้องร้องต่อศาล ทำให้โครงการต้องยืดเยื้อไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
จากนั้นสุดท้ายก็จะวนกลับไปให้โครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงหมู่บ้านทั่วประเทศ ต้องยืดเยื้อล่าช้าสู่วังวนเดิมอีกครั้ง กระทบกับยุทธศาสตร์ชาติไทยแลนด์ 4.0 ที่สำคัญที่ต้องการให้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการเพิ่มโอกาสในการให้คนต่างจังหวัดห่างไกลในแต่ละหมู่บ้านได้เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงความรู้ เข้าถึงบริการของรัฐอี-กอฟเวิร์นเมนต์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีการติดต่อสื่อสารกับโลก สิ่งนี้จะต้องดับวูบไปอีกครั้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงหวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะใช้ความโปร่งใสผลักดันให้โครงการนี้เกิดให้ได้ อย่าล่าช้าออกไปเหมือนกับดึงเรื่องให้ประโยชน์ไปตกกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง งานนี้ต้องเดินหน้าให้อย่างโปร่งใสและรวดเร็วโครงการถึงจะเกิด







