
ได้เวลาจัดการ การเงินส่วนบุคคล!
ช่วงเวลาก่อนสิ้นปี เชื่อว่าคงกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการงานของตัวเองให้เรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ด้วยเช่นกัน คือการจัดการการเงินส่วนตัว
โดย...บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ช่วงเวลาก่อนสิ้นปี เชื่อว่าคงกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการงานของตัวเองให้เรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ด้วยเช่นกัน คือการจัดการการเงินส่วนตัว
เหลือเวลาอีกเพียง 29 วันทำการ! ปีนี้ก็จะหมดลง เป็นช่วงเวลาที่จะละเลยไม่ได้สำหรับทุกคนที่ต้องจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของตัวเองให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ (แต่บางคนก็เสร็จเรียบร้อยไปนานแล้วนะ ขอชื่นชม) ก่อนวันสิ้นปีจะมาถึง พึงทำคือการสำรวจตัวเองว่าอะไรที่ยังไม่ได้ทำบ้างภายในปีปฏิทิน 2559 ขอนำมาเตือนกันด้วยความปรารถนาดี
1.สำรวจพอร์ต
สำหรับผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีและต้องการลงทุน คือ การสำรวจพอร์ตเงินลงทุนที่มีอยู่แล้ว หรือได้ลงทุนไปแล้วในกองทุนช่วยประหยัดภาษีทั้งสองประเภท คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ว่า ได้ลงทุนครบตามโควตา หรือครบตามวงเงินที่กำหนดให้ลงทุนได้ในแต่ละปีแล้วหรือไม่ เนื่องจากระยะเวลาการลงทุนกำหนดเงื่อนเวลาในแต่ละปีไว้ ดังนั้นจึงต้องลงทุนภายในวันทำการสุดท้ายของปีนั่นเอง (30 ธ.ค.)
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ของสิทธิที่ได้ คิดก่อนลงทุนถึงเงื่อนไขและปัจจัยเฉพาะตัว โดยเฉพาะสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง อย่ากู้เงินมาลงทุน มีเงินออมแค่ไหนก็ลงทุนแค่นั้น สถาบันการเงินหลายค่ายมักสร้างแคมเปญจูงใจให้ลูกค้ารูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อกองทุนประหยัดภาษีในช่วงท้ายปี แต่ลองคิดดูให้ดีๆ จะรู้ว่าไม่ควร
ทำไมถึงไม่ควร ก็เพราะเป็นการลงทุนที่เกินตัว หมายถึงภาระในการผ่อนชำระคืนที่ย่อมต้องเกิดขึ้น สถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้จะรับประกันได้หรือว่า ลงทุนแล้วไม่ขาดทุน คำตอบคือไม่ได้ ผู้กู้อาจไม่มีเงินต้นมาชำระคืนก็ได้ ถ้าในอนาคตสภาวะการลงทุนตกต่ำลง หรืออย่างน้อยก็ทำให้ขาดสภาพคล่อง ผลตอบแทนการลงทุนไม่ครอบคลุมเครดิตที่ต้องจ่าย
2.การจัดการหนี้สิน รายจ่ายค้างจ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
สำรวจภาระการจ่ายค่าผ่อนชำระ การจ่ายที่ค้างชำระ (ถ้ามี) รวมทั้งค่าใช้จ่ายหลายประเภท เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด หรือบ้านจัดสรร ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายของปีนี้แล้วไม่ชำระภายในสิ้นปี คุณอาจโดนเบี้ยปรับ หรือในบางกรณี หากชำระค่าใช้จ่ายของปีถัดไปเป็นการล่วงหน้า (ก่อนสิ้นปี) อาจมีส่วนลดพิเศษให้
สำรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายและไม่ได้เสียประโยชน์จากการจ่ายเร็วขึ้น เพราะหากคุณได้ส่วนลด 5% ก็เท่ากับประหยัดเงิน 5% ได้ เพียงแค่ชำระเร็วขึ้น 1-2 วันเท่านั้น ถือเป็นผลตอบแทนที่สูงไม่น้อย
สำหรับค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ประเภทค่าไฟฟ้า ค่าประปา หากชำระผ่านบัตรเครดิต อย่าลืมชำระให้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปต่างประเทศไกลๆ เพราะหากลืมเวลาหรือพลาดการจ่าย อาจทำให้ถูกเบี้ยปรับในภายหลังได้
หนี้สินคงค้างอย่าให้ทอดต่อไปปีหน้า เพราะอาจมีเบี้ยปรับสูงขึ้น ถ้ามีความสามารถทำได้ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นปีก่อนหมดปี หลักคือพิจารณาจากดอกเบี้ยหรือเบี้ยปรับ มูลหนี้ใดมีภาระดอกเบี้ยที่สูงสุด จ่ายอันนั้นก่อน
3.เงินบริจาค
ถ้าคุณมีความประสงค์จะบริจาคเงินให้รีบทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี เพื่อจะได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนให้ทันการในปีภาษีเดียวกันนี้ ผู้เขียนเองชอบดูให้แน่ใจว่าผู้รับบริจาคสามารถออกใบเสร็จรับเงินให้ได้ภายในสิ้นปี มิเช่นนั้นก็ต้องนับเป็นเงินบริจาคของปีถัดไป แม้จะได้เงินคืนภาษีกลับคืนมาแต่ก็ถือว่าเสียโอกาสในการรีฟันด์ (Refund)
4.สิทธิประโยชน์
บัตรสมนาคุณ บัตรของขวัญ คะแนนสะสมจาการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ รวมทั้งไมล์สะสมจากการเดินทาง สิ่งเหล่านี้มีกำหนดเวลาในการใช้สิทธิประโยชน์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้ปีปฏิทินเป็นหลัก เพราะฉะนั้นก็มักจะหมดอายุภายในสิ้นปี เพราะฉะนั้นก็ควรจะตรวจสอบว่ามีสิทธิอะไรบ้างและใช้สิทธให้เป็นประโยชน์ การประหยัดหรือส่วนลดหมายถึงการได้เงินเพิ่ม เพราะไม่ต้องจ่ายเงินออกไป ที่สำคัญคือเป็นสิทธิของเรา บางคนทุ่มซื้อสินค้าบริการมากมายเพราะอยากได้สิทธิหรือรางวัลจากการใช้แต้ม แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ก็ลืมใช้สิทธิเสียเฉยๆ
5.ปรับสมุดบัญชีธนาคาร
นำสมุดบัญชีธนาคารที่มีอยู่ทั้งหมดไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากสถาบันการเงินหลายแห่งมักรวมยอดรายการเข้า-ออกของเงินไว้เป็นรายการเดียว ไม่ได้แตกยอดให้ดูเป็นแต่ละรายการ ทำให้บางทีก็งง โดยเฉพาะยอดสำคัญๆ ที่เราอยากตรวจสอบ
จัดการเรื่องเงินทองเรียบร้อยดีแล้ว ขอให้เที่ยวปีใหม่อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะเงินในกระเป๋า เราเอาอยู่!







