
แก้ปัญหาข้าวฮ่องกง
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ฮ่องกง
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ฮ่องกง
สํานักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (สคต.) ฮ่องกง ได้จัดทำรายงานการแก้ไขปัญหาการปลอมและปนข้าวไทยที่ส่งออกไปตลาดฮ่องกง โดยระบุว่า ช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาการส่งออกข้าวไทยไปยังฮ่องกงมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนการตลาดข้าวไทยเชิงปริมาณในฮ่องกง ช่วงระหว่างปี 2556 เพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วน 41% จากการนำเข้าข้าวทั้งหมดของฮ่องกง ปี 2557 ข้าวไทยส่งออกเพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วน 50% และปี 2558 ข้าวไทยส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 58% และในช่วง 8 เดือน ปี 2559 มีสัดส่วนข้าวไทยส่งออกเพิ่มขึ้น 60%
แม้สัดส่วนการส่งออกข้าวไทยไปตลาดฮ่องกงจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังพบปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การขยายตลาดข้าวไทยในฮ่องกงไม่สามารถขยายตัวได้มากกว่านี้ สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่ราคา คุณภาพ หรือแผนการขยายตลาดแต่เท่านั้น แต่มีปัญหาด้านการปลอมปน ตลอดจนการแอบอ้างแหล่งกำเนิดสินค้าว่าข้าวมาจากไทย ดังนั้นหากต้องการขยายตลาดข้าวไทยให้มากกว่านี้ จำเป็นต้องเข้าใจถึงโครงสร้างตลาดข้าวในฮ่องกงก่อน และศึกษาต่อไปว่าหากจะขยายตลาดต่อไปควรเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายใด
จากโครงสร้างตลาดและสัดส่วนของแต่ละกลุ่มลูกค้าในฮ่องกงจะพบว่ากลุ่มร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่สุด โดยนำเข้าสัดส่วน 62.6% และนำเข้าข้าวจากไทยรายใหญ่ที่สัดส่วน 29.8% ส่วนข้าวที่นิยมส่งจำหน่ายตามร้านอาหารและโรงแรมจะบรรจุถุงละ 25 กก. และ 50 กก.
สำหรับตลาดกลุ่มข้าวถุงในฮ่องกงมีสัดส่วนทั้งหมด 33.6% ไทยครองตลาดส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้ สัดส่วน 28.7% ดังนั้นหากต้องการขยายตลาดข้าวไทยในฮ่องกง จึงมีความจำเป็นที่จะรักษาตลาดข้าวถุงและเจาะขยายเพิ่มในส่วนของตลาดข้าวสำหรับกลุ่มร้านอาหารและโรงแรม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มข้าวถุงจะเป็นเรื่องของข้าวปลอม ทั้งปลอมบรรจุภัณฑ์และปลอมชนิดของข้าว ซึ่ง สคต.ฮ่องกงได้ร่วมมือกับศุลกากรไทยและศุลกากรฮ่องกงในการปราบปราม ส่วนสาเหตุของการปลอมปนข้าวจากไทยนั้น เนื่องจากข้าวหอมมะลิไทยเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดฮ่องกง แต่หลังจากราคาข้าวหอมมะลิไทยขยับสูงขึ้นในช่วงต่อมา ทำให้ผู้นำเข้าไม่สามารถขายข้าวหอมมะลิไทยได้ ประกอบกับเป็นช่วงที่เวียดนามเริ่มส่งออกข้าวไปยังประเทศต่างๆ แต่เนื่องจากคุณภาพนั้นยังห่างจากข้าวไทยและผู้บริโภคไม่คุ้นเคยกับรสชาติของข้าวเวียดนามเท่าใด ผู้นำเข้าบางกลุ่มจึงนำข้าวไทยและเวียดนามมาผสมและบรรจุถุงใหม่ เพื่อขายให้ร้านค้าในราคาถูกลง จึงเป็นต้นกำเนิดของปัญหาข้าวปนในตลาดฮ่องกง
ด้านปัญหาข้าวปลอมบรรจุภัณฑ์นั้น เกิดขึ้นในกลุ่มตลาดข้าวถุงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เกิดจากนักฉวยโอกาสชาวจีนที่ตั้งบริษัทบริเวณรอยต่อระหว่างจีนและฮ่องกง นำข้าวคุณภาพต่ำมาบรรจุในบรรจุภัณฑ์ปลอม ใช้วิธีการขนใส่รถบรรทุกไปจอดตามแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยในช่วงหัวค่ำ และอ้างว่าเป็นข้าวราคาถูกเพราะไม่ต้องขายผ่านระบบซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีค่าหัวคิว และยังช่วยขนข้าวไปไว้ที่พักด้วย เมื่อขายหมดก็จะเวียนไปที่อื่นต่อไป ซึ่ง สคต.ฮ่องกงได้แจ้งไปยังศุลกากรฮ่องกง นำกำลังไปจับถึงที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันปัญหาข้าวปลอมลดลงอย่างน่าพอใจ เหลือเพียงปัญหาข้าวปนที่ต้องแก้ไขต่อไป
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาข้าวปนในปัจจุบันนั้น หลังจากที่ได้ดำเนินการตรวจจับอย่างเข้มงวดทำให้อัตราการกระทำผิดลดลงอย่างมาก ยังเหลือปัญหาที่ยังมีการจำหน่ายสินค้า โดยการผสมข้าวไทยและข้าวจากชาติอื่นเพื่อทำให้ราคาถูกลง แต่ยังติดข้อความแสดงว่าสินค้ามาจากไทย เข้าข่ายผิดกฎหมายด้าน Trade Descriptions (Unfair Trade Practices) ของฮ่องกง
สคต.ฮ่องกง ยังระบุอีกว่า จากการเข้าพบหน่วยงานศุลกากรฮ่องกง ทางฮ่องกงยินดีให้ความร่วมมือกับ สคต.เป็นอย่างยิ่ง ทั้งการนำผลการตรวจดีเอ็นเอของหน่วยงานไทยมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาหาแหล่งที่มาของข้าว ตลอดจนการเข้าตรวจค้น ตักเตือน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
สุดท้าย สคต.ฮ่องกงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเห็นควรมุ่งขยายตลาดข้าวในกลุ่มร้านอาหารและโรงแรมเป็นสำคัญ ส่วนกลุ่มข้าวถุงควรขยายตลาดสินค้าข้าวออร์แกนิก ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป นอกจากนี้ต้องเชิญกลุ่มผู้นำเข้าในตลาดนี้มาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับคุณภาพข้าวไทย พร้อมนำคณะกลุ่มห้องปฏิบัติการตรวจสอบและผู้แทนจากศุลกากรฮ่องกง ให้มาเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการของไทยเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านตรวจสอบและดูแลสินค้าในฮ่องกงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกของไทยทางอ้อมด้วย







