
ทีพีพีป่วนทุนเวียดนาม
สภาธุรกิจไทย-เวียดนามนัดถกบิ๊กเอกชน ผลกระทบทีพีพีป่วนเวียดนามใน1-2 วันนี้ อุตฯ สิ่งทอไทยเล็งปักหลักลงทุนไทยต่อเหตุต้นทุนผลิตสูสี
สภาธุรกิจไทย-เวียดนามนัดถกบิ๊กเอกชน ผลกระทบทีพีพีป่วนเวียดนามใน1-2 วันนี้ อุตฯ สิ่งทอไทยเล็งปักหลักลงทุนไทยต่อเหตุต้นทุนผลิตสูสี
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีการนัดหารือกับผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม ถึงผลกระทบและการเตรียมแผนรับมือหลังสหรัฐประกาศล้มนโยบายแผนผลักดันความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ลงว่าจะมีผลกระทบต่อแผนการลงทุนของธุรกิจไทยในเวียดนามอย่างไรบ้าง รวมทั้งกลุ่มธุรกิจที่มีแผนจะขยายการลงทุนเข้าไปเพิ่มจะต้องปรับแผนอย่างไร
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีนักธุรกิจไทยหลายรายที่ขยายฐานการลงทุนเข้าไปยังเวียดนาม อาทิ กลุ่มปิโตรเคมีอย่าง ปตท.เคมิคอล กลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งโลจิสติกส์อย่างเครือเอสซีจี กลุ่มธุรกิจค้าปลีกอย่างเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป กลุ่มพลาสติกและเมลามีนอย่างศรีไทยซุปเปอร์แวร์ รวมทั้งการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มอมตะ เป็นต้น
“นักลงทุนไทยไทยส่วนใหญ่ขยายฐานการลงทุนไปเวียดนามนานแล้วนั้น มีเพียงกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่เพิ่งจะเริ่มขยายฐานการผลิตจากไทยเข้าไป เพื่อหวังใช้สิทธิในการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกทีพีพี ซึ่งก็เริ่มมีการพูดคุยกันว่าอาจคิดผิดก็ได้ เพราะหากไม่มีเรื่องทีพีพี ต้นทุนในการผลิตก็ใกล้เคียงกับไทย”
นายสนั่น กล่าว
ทั้งนี้ เวียดนามมีนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัว การที่ทีพีพีล้มไปทำให้ความน่าสนใจในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในเวียดนามลดน้อยลง จากเดิมที่นักลงทุนต่างชาติรวมทั้งนักลงทุนไทยต่างให้ความสนใจที่จะขยายฐานการลงทุนและการผลิตเข้าไปเวียดนาม เพื่อหวังใช้สิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) และหวังตลาดใน 12 ชาติสมาชิกทีพีพี ซึ่งไทยยังไม่ได้เข้าร่วมทีพีพี
อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมถือว่าเป็นข้อดีของไทยที่จะทำให้มีความได้เปรียบในด้านของความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น เพราะมีความพร้อมและโครงสร้างพื้นฐานในการลงทุนที่ดีกว่า จากก่อนหน้านี้ไทยเสียเปรียบในการส่งออก เนื่องจากไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกีพีพี อีกทั้งยังถูกตัดสิทธิจีเอสพีไปแล้ว
นอกจากนี้ สิงคโปร์และมาเลเซียที่ได้เข้าร่วมทีพีพี ซึ่งประเทศหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (เมติ) มาเลเซีย ติดต่อไปยังประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี เพื่อหารือถึงท่าที เพราะหากมีการยกเลิกข้อตกลงทีพีพีจริงตามที่ทรัมป์หาเสียงไว้ คาดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาเลเซียด้านส่งออกและการเข้าสู่ตลาดมาเลเซียยังไม่มีข้อตกลงการค้าเสรี







