
ลุยร้านค้าประชาสุขใจ
สสว.ปลื้มร้านค้าประชารัฐสุขใจ ยอดขายพุ่งสร้างรายได้ 4.2 หมื่น/เดือน เล็งขยายช่องทางเพิ่ม
สสว.ปลื้มร้านค้าประชารัฐสุขใจ ยอดขายพุ่งสร้างรายได้ 4.2 หมื่น/เดือน เล็งขยายช่องทางเพิ่ม
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสว.และหน่วยงานภาคี 4 แห่ง ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (พช.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท ปตท. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Bank) ร่วมกันจัดตั้ง “ร้านค้าประชารัฐสุขใจ” ในปั๊มน้ำมัน ปตท.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวม 148 แห่ง ร้านค้าเหล่านี้มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้เดือนละประมาณ 4.2 หมื่นบาท
นอกจากนี้ สสว. และ พช. อยู่ระหว่างพยายามขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของร้านค้าประชารัฐสุขใจ เช่น การจำหน่ายในรูปแบบการจัดกระเช้าปีใหม่และการส่งเสริมการจำหน่ายทางออนไลน์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มรายได้ให้เอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าร้านค้าประชารัฐสุขใจจะสร้างรายได้ให้วิสาหกิจชุมชนจำนวน 6,000 ราย เป็นจำนวนประชากรที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 7 หมื่นราย ในจำนวนร้านค้าประชารัฐที่ทยอยเปิดตัวไปแล้ว 143 แห่ง มีอยู่ 30 แห่ง ที่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง ภาคเหนือ 9 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคกลางและใต้รวมกัน 3 แห่ง
สำหรับร้านค้าประชารัฐสุขใจเกิดขึ้นโดยคณะกรรมการ สสว. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้อนุมัติงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการร้านค้าประชารัฐทั้ง 148 แห่ง รวมทั้งการปรับปรุงรูปแบบสินค้าของวิสาหกิจชุมชนและโอท็อปที่จะนำมาวางจำหน่ายในร้านค้าประชารัฐด้วย
นอกจากนี้ สินค้าที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพของตัวสินค้า หรือ แพ็กเกจจิ้ง สสว.จะช่วยประสานงานกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อจัดหานวัตกรรมมาปรับปรุงตัวสินค้า ในกรณีที่เป็น แพ็กเกจจิ้ง สสว.ก็จะประสานงานให้ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยปรับปรุง โดยมีธนาคาร SME สนับสนุนด้านการเงินให้แก่ชุมชนที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อผลิตหรือปรับปรุงมาตรฐานสินค้า
“สสว.และ พช.ได้ฝึกสอนชุมชนในเรื่องบริหารจัดการร้านค้า และจัดหาบุคลากรจากชุมชนมาทำหน้าที่ขายสินค้า โดยทั้งสองหน่วยงานจะช่วยดูแลร้านค้าประชารัฐเป็นเวลา 3 ปี เมื่อร้านมีความมั่นคงแข็งแรงแล้วก็จะส่งคืนให้ชุมชนในแต่ละจังหวัดเป็นเจ้าของต่อไป” นางสาลินี กล่าว







