
ซีอีโอยุคดิจิทัล
กระแสดิจิทัลที่เกิดขึ้นและขยายตัวแผ่ไปยังวงกว้างในแทบทุกอุตสาหกรรมธุรกิจในเวลานี้ ที่ผลักดันให้เจ้าของธุรกิจต้องปรับตัวตามไปโดยปริยาย โดยเฉพาะผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่ดิจิทัลลีดเดอร์
กระแสดิจิทัลที่เกิดขึ้นและขยายตัวแผ่ไปยังวงกว้างในแทบทุกอุตสาหกรรมธุรกิจในเวลานี้ ที่ผลักดันให้เจ้าของธุรกิจต้องปรับตัวตามไปโดยปริยาย โดยเฉพาะผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่ดิจิทัลลีดเดอร์
โดย มายรัม เผยผลสำรวจ “กรุงเทพธุรกิจ 100 CEOs Survey” ถึงความเคลื่อนไหวภายในรอบปี 2559 ที่ได้เปลี่ยนผ่านผู้ประกอบการสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว โดยซีอีโอ 100% เห็นความสำคัญและเร่งใช้กลยุทธ์ดิจิทัลขับเคลื่อนองค์กรแล้ว
อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น บริษัท มายรัม (ประเทศไทย) เครือข่ายดิจิทัลเอเยนซีกลุ่ม WPP กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีดิจิทัลของคู่แข่ง และแรงผลักดันจากรัฐบาลส่งผลให้วิสัยทัศน์ซีอีโอเปลี่ยนแปลงสู่การสร้างสรรค์กลยุทธ์ดิจิทัลเข้ากับองค์กร พร้อมเร่งเครื่ององค์กรสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 พบว่าซีอีโอเกือบทุกอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญและเห็นว่าธุรกิจต้องเร่งปรับตัวรับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล เมื่อเปรียบเทียบระดับการใช้งานดิจิทัลใน 100 องค์กรที่ตอบแบบสอบถาม พบว่ามีสัดส่วน ดังนี้
ดิจิทัล 1.0 มีการใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ทั่วไป 9.41% ดิจิทัล 2.0 มีแพลตฟอร์มของการตลาดที่สื่อสารตรงกับผู้บริโภคได้ อาทิ โซเชียลมีเดีย ในวงกว้าง 28.24% ดิจิทัล 3.0 มีระบบการสื่อสารแบบคลาวด์คอมพิวติ้ง สามารถเชื่อมการทำงานต่างแพลตฟอร์ม เกิดบริการแอพพลิเคชั่น, ออนไลน์ เซอร์วิส, ออมนิ ชาแนล, โมบาย และอื่นๆ 48.24% ดิจิทัล 4.0 เริ่มใช้กลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเพื่อธุรกิจ ให้การสื่อสารและการทำงานเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ผ่านเทคโนโลยีแมตชั่น ทู แมตชั่น หรือ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) 14.12%
โดยซีอีโอกว่า 65.88% เข้าใจและเร่งปรับตัวสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นแล้ว 22.35% เริ่มเรียนรู้แต่ยังต้องศึกษาอยู่ ในขณะที่องค์กรใหญ่ๆ ในสัดส่วน 11.76% ระบุชัดว่าองค์กรของตนเข้าใจดีมากและก้าวเป็นผู้นำที่มีศักยภาพด้านการใช้กลยุทธ์ดิจิทัลในภาคธุรกิจของตัวเอง สอดคล้องกับความเห็นต่อแนวโน้มทางธุรกิจในประเทศไทยที่ต้องปรับตัวรับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่สูงถึง 91.67% มากกว่าการปรับตัวสู่การค้าเออีซีที่มีอันดับรองลงมาที่ 40.48% เกือบเท่าตัว
เมื่อถามถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ การใช้งานประเภทโซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชั่นยังคงได้รับความนิยมจากบรรดาซีอีโอไทย 39.29% ในขณะที่อี-คอมเมิร์ซ หรือ ออมนิ ชาแนล และระบบลูกค้าสัมพันธ์มีสัดส่วนตามมาที่ใกล้เคียงกัน คือ 26.19% และ 22.62% และกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าเริ่มมองหาเทคโนโลยีของระบบควบคุมการผลิตทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (IoT in the operational process) 11.9% ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอัตราเติบโตในส่วนนี้ได้อีก หากนวัตกรรมการผลิตและสินค้าของไทยพัฒนาตามตลาดโลกได้ทัน
พร้อมแนะนำผู้ประกอบการในการนำองค์กรสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หลักการง่ายๆ เริ่มจากเข้าใจความสามารถและเป้าหมายในองค์กรแต่ละส่วน การเลือกใช้เครื่องมือจะมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจนโยบายและการวางกลยุทธ์ดิจิทัลแตกต่างกันตามตัวแปรที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยค่อยๆ ปรับกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นทีละส่วน ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายผลิต ฝ่ายการเงิน ฯลฯ จนครอบคลุมทั้งองค์กร โดยยังขยายผลสู่ระบบงานร่วมกันกับคู่ค้าได้ด้วย
นอกเหนือจากอี-คอมเมิร์ซ ยังสามารถที่ต่อยอดสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารร่วมกับระบบลูกค้าสัมพันธ์ซีอาร์เอ็มนั้น เป็นสิ่งช่วยพัฒนาการทำงานโดยเฉพาะการสนับสนุนงานขายให้องค์กรได้อีกมาก







