
เจน2อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ ปักธงสู่โกลบอลแบรนด์
หากพูดถึงร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์
โดย...จะเรียม สำรวจ
หากพูดถึงร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพราะหลังจากเริ่มต้นดำเนินธุรกิจในปี 2545 ธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ของบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และในปี 2559 นี้ได้มีการวางเป้าหมายไว้ว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท
จากเป้าหมายการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ต้องออกมาเปิดเกมรุกในการขยายธุรกิจรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาในส่วนของร้านอินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ หรือการขยายสาขาศูนย์การค้าเดอะ วอล์ค ที่ชูจุดขายการเป็นศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เน้นจำหน่ายสินค้าและบริการที่จำเป็นเดินทางสะดวก
เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ยังคงให้ความสำคัญกับร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เนื่องจากเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ส่วนศูนย์การค้าเดอะ วอล์ค ถือเป็นธุรกิจที่นำขึ้นมาเสริม เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกยังมีโอกาสให้เข้ามาขยายธุรกิจ
ดังนั้น การขยายธุรกิจจึงจะเน้นไปที่ร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เป็นหลัก โดยในแต่ละปีตั้งเป้าจะขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 4 สาขา แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเหมาะสมของภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หากเศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำก็อาจต้องปรับลดจำนวนสาขาที่จะเปิดให้บริการเหลือ 2-3 สาขา
“จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจบางครั้งก็ทำให้ผิดแผนงานที่วางไว้ดังนั้นการทำธุรกิจในช่วงเวลานี้จึงไม่ควรยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ขณะเดียวกันก็ต้องลงไปสัมผัสด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่มีคนมารายงานแล้วก็เชื่อตามนั้น เพราะการทำงานในยุคปัจจุบันต้องทำงานเชิงลึกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังต้องหาข้อมูลมาสนับสนุนในการวางแผนธุรกิจด้วย” เอกลักษณ์ กล่าว
นอกจากจะให้ความสำคัญกับการขายร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในประเทศไทยแล้ว เจเนอเรชั่นที่ 2 ของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังมองหาโอกาสทางธุรกิจในตลาดเอเชีย ด้วยการเริ่มต้นขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอันดับแรก เพื่อปูฐานการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์ในอนาคต
ปัจจุบัน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้เริ่มนำร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เข้าไปเปิดให้บริการแล้วใน 2 ประเทศ ประกอบด้วย มาเลเซีย 3 สาขา คือ สาขาปุตราจายา สาขาชาห์ อลัม และสาขาโกตาบาห์รู ส่วนอีกหนึ่งประเทศที่เข้าไปเปิดให้บริการร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์แล้วเช่นกัน คือ เวียดนาม ปัจจุบันมี 2 สาขา คือ สาขาฮานอยและสาขาโฮจิมินห์
“ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาพันธมิตรที่จะเข้าไปร่วมธุรกิจในประเทศที่เหลือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในส่วนของประเทศที่กำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ คือ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ คาดว่าในเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุป” เอกลักษณ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเดอะ วอล์ค นั้น เอกลักษณ์ เล่าว่า จะดูความเหมาะสมของเศรษฐกิจและสถานการณ์แวดล้อมในขณะนั้นว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นจะเน้นการดำเนินธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป จากปัจจุบันมีจำนวนสาขาของศูนย์การค้าเดอะ วอล์ค เปิดให้บริการไปแล้วจำนวน 3 สาขา คือ สาขาราชพฤกษ์ สาขาเกษตร-นวมินทร์ และสาขานครสวรรค์
แม้ว่าจะเป็นศูนย์การค้าน้องใหม่ แต่เดอะ วอล์ค ก็มีจุดแข็งในด้านของบริการ เพื่อเรียกให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ นั่นก็คือการทำศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกในการเดินทางจอดรถง่าย นอก
จากนี้ ในด้านของบริการก็จะเน้นไปที่ร้านอาหาร และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของกินของใช้ที่จำเป็น รวมไปถึงการให้บริการในด้านของธนาคาร
พร้อมกันนี้ยังมีการดึงแม่เหล็กสำคัญอย่างห้างค้าปลีกที่จำหน่ายของกินของใช้เข้ามาให้บริการเสริม เช่น สาขาราชพฤกษ์ ได้มีการดึงบิ๊กซีมาร์เก็ตเข้ามาเปิดให้บริการ สาขาเกษตร-นวิมินทร์ ดึงแม็กซ์แวลูเข้ามาเปิดให้บริการ และสาขานครสวรรค์ดึงห้างเทสโก้ โลตัส ในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้ามาเปิดให้บริการ
“เดอะ วอล์ค ไม่ใช่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ดังนั้นเราต้องหาความแตกต่างเพื่อเป็นจุดขายให้กับศูนย์การค้า เช่น ความสะดวกสะดวกสบายในการเดินทาง การจอดรถ สินค้าที่จำเป็น ไม่เน้นจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เพราะศูนย์การค้าขนาดใหญ่มีบริการดังกล่าวอยู่แล้ว” เอกลักษณ์ กล่าว
เอกลักษณ์ กล่าวต่อว่า การทำงานรุ่นพ่อกับรุ่นลูกค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปตามยุคสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งรุ่นพ่อถือเป็นยุคที่เริ่มสร้างดังนั้นเวลาจะทำอะไรต้องมีความมั่นใจ และมีข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอไม่ตัดสินใจเร็วเหมือนกับรุ่นลูก ซึ่งหน้าที่สำคัญที่รุ่นลูกต้องสานต่อธุรกิจ คือ การรักษาและทำอย่างไรให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งความแตกต่างที่รุ่นพ่อกับรุ่นลูกมีความต่างกัน คือ กลยุทธ์ในการทำการตลาด ซึ่งรุ่นพ่ออาจใช้สื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี และแค็ตตาล็อกในการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอดขาย ขณะที่รุ่นลูกเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์อย่างโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยในการสื่่อสารกับผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือไลน์ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสื่อดังกล่าวเป็นอย่างมาก
จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวน่าจะทำให้บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ มีรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปีนี้และก้าวเข้าสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์ในอนาคตได้ไม่ยาก







