
นายกฯถกด่วนนบข.7พ.ย.นี้แก้ราคาข้าวเจ้าตกต่ำ
นายกฯ สั่งเรียกประชุม นบข.ด่วน 7 พ.ย. หามาตรการช่วยข้าวเปลือกเจ้า
นายกฯ สั่งเรียกประชุม นบข.ด่วน 7 พ.ย. หามาตรการช่วยข้าวเปลือกเจ้า
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 7 พ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เร่งด่วน เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2559/2560 ในส่วนของข้าวเปลือกเจ้า หลังจากข้าวเปลือกเจ้าในตลาดราคาตกต่ำ เหลือตันละ 7,200-7,500 บาทเท่านั้น
“หลังจากที่ นบข.มีมติช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ โดยการรับจำนำยุ้งฉางตันละ 1.3 หมื่นบาทไปแล้ว ก็จะมีมาตรการเพิ่มเติมมาดูแลข้าวเปลือกเจ้า หรือข้าวขาว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อาจเตรียมประชุมเร่งด่วนในวันที่ 6 พ.ย.นี้ เพื่อนำมาตรการช่วยเหลือข้าวขาวเข้า นบข.ในวันที่ 7 พ.ย.” นายธีรภัทร กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นบข.ต้องเรียกประชุมเร่งด่วน เพื่อหามาตรการในการดูแลข้าวเปลือกเจ้า หลังจากมีกระแสข่าวชาวนา จ.พิจิตร ผูกคอตายเพื่อหนีปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่พอใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้นายกฯ ต้องเรียกประชุม นบข.วันที่ 7 พ.ย.นี้ เพื่อเร่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการเฉพาะหน้าเพื่อพยุงราคาข้าวขาวที่กำลังออกมามากช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อสำรวจปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกนาปีรอบแรกอย่างละเอียด เพื่อหาตัวเลขผลผลิตที่ชัดเจน ไม่ใช่การประมาณการ
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับตัวลดลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 ข้าวเปลือกหอมมะลิเก่าอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาท/ตัน ปรับตัวลดลงเหลือ 1.05 หมื่นบาท/ตัน ในวันที่ 28 ต.ค. 2559 หรือลดลง 13% ต่ำสุดในรอบ 9 ปี เป็นผลจากราคาส่งออกข้าวหอมมะลิที่มีการซื้อขายล่วงหน้าเดือน ธ.ค. 2559 ปรับลดลงเหลือ 548 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากราคา 720 เหรียญสหรัฐ/ตันในช่วง ต.ค. ถือว่าลดลงแบบผิดปกติ
“สาเหตุที่ราคาล่วงหน้าของข้าวหอมมะลิลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากการเก็งกำไรของพ่อค้า ที่ส่วนใหญ่คิดว่าหลังเก็บเกี่ยวจะมีอุปทานจำนวนมหาศาล ขณะที่ความต้องการซื้อมีเท่าเดิม รวมทั้งเกิดปัญหาการตื่นตกใจของพ่อค้าที่มากเกินเหตุ เนื่องจากบางคนออกไปสำรวจตลาด พบว่าปีนี้ผลผลิตจะมากกว่าปกติ บวกกับข้อมูลว่ายังมีข้าวเปลือกเก่าในสต๊อกของโรงสีจำนวนมาก ทำให้บางรายเสนอราคาขายข้าวหอมมะลิต่ำมาก 550 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ทั้งนี้ การเก็งกำไรที่ผิดปกติของพ่อค้าข้าวเกิดจากการที่ไม่มีข้อมูลแน่นอน ต่างคนต่างคาดคะเน พอเกิดภาวะตกใจ การเก็งกำไรกลายเป็นแบบไม่มีเหตุผล ดังนั้นไทยจะต้องมีระบบพยากรณ์ผลผลิตและรายงานสต๊อกข้าวทั้งในมือรัฐบาลและเอกชนที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ราคาข้าวเป็นไปตามกลไกตลาด และการไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จะทำให้วงการค้าเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในเรื่องเก็งกำไร พ่อค้ารายใหญ่ที่มีเงินทุน มีเครือข่ายใหญ่ มีเส้นสายก็จะได้เปรียบคนอื่นๆ
“หน้าที่สำคัญของรัฐ คือ การลงทุนพัฒนาระบบการพยากรณ์ผลผลิตและสต๊อกข้าวให้น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ตลาดมีข้อมูลถูกต้อง ลดความผันผวนจากการเก็งกำไรแบบตื่นตกใจ และทำให้พ่อค้ารายเล็กมีข้อมูลใกล้เคียงรายใหญ่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี จึงจะอยู่ตัว” นายนิพนธ์ กล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การใช้อำนาจรัฐเข้าไปตรวจโรงสีนั้นไม่เหมาะสม เพราะถ้าโรงสีจำนวนมากเกิดความกลัว ไม่กล้าซื้อข้าวในราคาต่ำ ตัดสินใจหยุดซื้อพร้อมๆ กัน ชาวนาจะเดือดร้อนมากขึ้น เพราะเมื่อข้าวราคาถูก โรงสีและพ่อค้าจะมีแรงจูงใจซื้อมากขึ้น เพราะมีโอกาสทำกำไรได้ ราคาก็จะค่อยๆ ยกตัวขึ้น







