posttoday
โมบายวอลเล็ตในไทย เน้นความปลอดภัยสูง

โมบายวอลเล็ตในไทย เน้นความปลอดภัยสูง

04 พฤศจิกายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล (Digital Wallet) ในไทยได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี และต้องการความสะดวกสบาย โดยเฉพาะการชำระเงินด้วยบัตรแบบไร้สัมผัส (Contactless Card) หรือโมบายวอลเล็ต (Mobile Wallet)

แต่จากการสำรวจของวีซ่า พบว่าคนไทยจะให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากกว่าความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินด้วยโมบายวอลเล็ต และมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้วิธีชำระเงินผ่านระบบไร้สัมผัสมากขึ้น เมื่อพวกเขามั่นใจว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงมากพอ

ทั้งนี้ จากการศึกษาเรื่องวิธีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลของวีซ่านั้น พบว่าคนไทยส่วนมาก 82% เชื่อว่าความปลอดภัยมีความสำคัญมากกว่าความสะดวกสบาย เมื่อนึกถึงการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือระบบไร้สัมผัส ด้วยการเติบโตอันรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (FinTech) ที่ภาครัฐบาลและเอกชนกำลังใช้แนวทางต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่

ปัจจุบันคนไทยใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ อย่างสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ประมาณ 160 นาที/วัน ซึ่งภายในสิ้นปี 2559 คาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนประมาณ 20 ล้านคนในประเทศไทย และคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 24.5 ล้านคน ภายในปี 2562

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเป็นเจ้าของอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับคนไทยอยู่ในอัตราที่สูง แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับบริการทางการเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ยังค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งเกิดจากผู้บริโภคชาวไทยยังไม่ตระหนักถึงความก้าวหน้าของความปลอดภัยในโลกออนไลน์และเทคโนโลยีเท่าที่ควร

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ วีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยังมีรายงานการศึกษาที่จัดทำโดยยูโกฟ (YouGov) ในนามของวีซ่า ถึงทัศนคติของคนไทย ควบคู่ไปกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ต่อการทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือและระบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) ยังพบว่าสิ่งที่คนในกลุ่มประเทศนี้โดยเฉพาะในประเทศไทยยังกลัวมากที่สุดในการชำระเงินด้วยโมบายวอลเล็ต คือกลัวว่าจะมีการแฮ็กมือถือมากถึง 73% ถูกขโมยโทรศัพท์มือถือ 65% และกลัวว่าจะถูกเรียกเก็บเงินจากรายการที่ไม่ต้องการจะจ่ายอีก 63%

“ในจำนวนผู้ทำแบบสอบถามทั้งหมด พบว่ามีเพียง 39% เท่านั้น ที่เลือกพิจารณาการใช้โมบายวอลเล็ตจากเครือข่ายบุคคลที่สาม ซึ่งในกลุ่มที่พิจารณาใช้นี้ พบว่ากว่า 74% ทราบว่า Encrypted Token หรือ ‘โทเคน’ นวัตกรรมรหัสล็อกข้อมูลซึ่งสามารถตัดความเสี่ยงของการโดนโจรกรรมข้อมูลได้” สุริพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันคนไทย 3 ใน 5 หรือ 61% เชื่อว่าในวันหนึ่งข้างหน้าพวกเขาไม่จำเป็นต้องพกเงินสด หรือบัตรพลาสติกในการใช้ชีวิตประจำวันอีกต่อไป และจะถูกแทนที่ด้วยการชำระเงินในรูปแบบโมบายวอลเล็ตผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่ของพวกเขา

สุริพงษ์ กล่าวว่า เมื่อดูจากผลสำรวจแล้ว พบว่ายิ่งระบบการชำระเงินผ่านมือถือมีความปลอดภัยมาก คนไทยก็จะมีความเชื่อมั่นและเต็มใจที่จะชำระเงินผ่านระบบดังกล่าวมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นด้วยระบบความปลอดภัยทางการเงินที่แน่นหนาหลายชั้นของวีซ่า จึงมั่นใจว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มจำนวนการทำธุรกรรมผ่านมือถือในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ วีซ่าได้ออกแบบบริการโทเคน หรือ Visa Token Service (VTS) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและบนสมาร์ทโฟน ที่ทั้งมีความปลอดภัยและง่ายต่อการใช้งาน ระบบ VTS นั้นจะใช้รหัสโทเคนแบบใช้ครั้งเดียวในการชำระเงินแทนข้อมูลของผู้ถือบัตร ฉะนั้นผู้ใช้โมบายวอลเล็ตจึงสามารถชำระเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องเผยรายละเอียดของบัญชีและเลขหน้าบัตร 16 หลัก หรือวันหมดอายุของบัตร เป็นต้น

กระบวนการแปลงข้อมูลแบบให้เป็นโทเคนนี้ เรียกว่า Tokenization ซึ่งจะทำหน้าที่ซ่อนข้อมูลที่สำคัญของผู้บริโภคในระหว่างการทำธุรกรรมการเงินแบบดิจิทัล เมื่ออาชญากรขโมยโทเคนไปก็ไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ จากผลการสำรวจเผยให้เห็นว่าคนไทยประมาณ 55% คุ้นเคยกับรูปแบบการบริการ VTS เป็นอย่างดี ในขณะที่กลุ่มที่รับรู้สูงที่สุดในหมู่คนเหล่านี้ยังคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในรูปแบบโมบายวอลเล็ตอีกด้วย

คนไทยเกือบครึ่ง หรือประมาณ 46% เชื่อว่าการชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพานั้นปลอดภัยเทียบเท่ากับการชำระเงินผ่านบัตรโดยตรง และมีแนวโน้มว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้นในอนาคต เพราะคนเริ่มคุ้นเคยกับระบบการชำระเงินผ่านมือถือที่มีความก้าวหน้าและทันสมัยของวีซ่า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ