
เรียนรู้จากความสำเร็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทาน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลานานกว่า 34 ปีแล้ว หากแต่ครั้งนั้นยังไม่ได้มีการนำมาปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 จึงทำให้มีผู้สนใจน้อมนำพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในมิติที่หลากหลายมากขึ้น
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทาน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลานานกว่า 34 ปีแล้ว หากแต่ครั้งนั้นยังไม่ได้มีการนำมาปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 จึงทำให้มีผู้สนใจน้อมนำพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในมิติที่หลากหลายมากขึ้น
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตั้งอยู่บน “3 หลักการ 2 เงื่อนไข” คือ (1) ความพอประมาณ (2) ความมีเหตุผล (3) การมีภูมิคุ้มกันและต้องมีความรู้คู่คุณธรรมด้วย
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
การมีภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น
ขณะเดียวกันต้องมีเหตุผลในการกระทำและมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยอาศัยความรู้และคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ สุจริต ความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ มาประกอบการวางแผนตัดสินใจและการกระทำทุกอย่าง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้พระราชทานไว้นั้น เป็นหลักการของการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนตามพื้นฐานบนความพอดี ตั้งอยู่ในทางสายกลาง การตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผล มีความเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน สามารถปรับตัวให้รับมือกับความไม่แน่นอน และความผันผวนจากภายนอกได้ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบด้าน มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการวางแผนดำเนินงานทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงพื้นฐานของตัวเราและสังคมเราด้วย
ปัจจุบันเครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้เรียนรู้และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้จนเป็นผลสำเร็จ สามารถนำพาองค์กรฝ่าฟันภาวะวิกฤตต่างๆ มาได้ด้วยดี เติบโตอย่างมั่นคง และยังมีความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ที่จะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร ตลอดจนชุมชน สังคม และประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความพอเพียงสืบต่อไป
พระองค์ทรงย้ำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง …จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้…”
ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้







