
ศึกษาหุ้นค้ำTFEX
ตลท.ศึกษาใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในบัญชี TFEX หลังร่วมหารือกับโบรกเกอร์ ชี้เป็นผลดีต่อผู้ลงทุน
ตลท.ศึกษาใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในบัญชี TFEX หลังร่วมหารือกับโบรกเกอร์ ชี้เป็นผลดีต่อผู้ลงทุน
น.ส.รินใจ ชาครพิพัฒน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) หรือ TCH ของ ตลท.อยู่ระหว่างการศึกษากระบวนการหรือขั้นตอนที่จะใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการซื้อขายบัญชีตราสารอนุพันธ์ (TFEX) ได้ ในกรณีที่ผู้ลงทุนถูกบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม (คอลมาร์จิ้น) ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนงานของปี 2560 ที่ทาง ตลท.ได้ร่วมหารือกับทางชมรมผู้ประกอบการธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามาโดยตลอด
ทั้งนี้ ภายหลังได้ผลศึกษาจะนำไปพิจารณาร่วมกับสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ทางชมรมฯ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคมโบรกเกอร์) ด้วย จากนั้นก็ต้องไปยื่นให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาต่อไป
นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานกรรมการ ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กล่าวว่า ปี 2560 ในอุตสาหกรรม TFEX จะมีพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับการซื้อขายหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือแผนงานที่จะให้นักลงทุนสามารถโอนหุ้นที่มีอยู่ในบัญชีซื้อขายใน บล.อยู่แล้วมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ ซึ่งมีความแตกต่างจากปัจจุบันที่หลักทรัพย์ที่จะวางหลักประกันต้องเป็นเงินสดเท่านั้น
อย่างไรดี แม้จะมีการหารือเรื่องที่จะเอาหุ้นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ แต่ต้องเป็นวงเงินที่เดิมถูกคอลมาร์จินโดยผู้ลงทุนไม่สามารถใช้เป็นวงเงินเพิ่มอำนาจในการซื้อขาย TFEX ได้ ซึ่งเข้าใจว่าประเด็นทั้งหมดนี้จะเห็นความชัดเจนขึ้นในปีหน้า
“กรณีที่จะใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ต้องให้ทาง TCH ทำหน้าที่กำหนดว่าหุ้นอะไรบ้าง หรือแบ่งเป็นหุ้นเกรดไหนสำหรับใช้เป็นหลักประกันได้ในวงเงินเท่าไร เช่น หากเป็นหุ้นชั้นดี เกรดเอ ก็อาจใช้วางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นมูลค่าประมาณหนึ่ง ส่วนหลักทรัพย์เกรดบีก็จะถูกหักลดมูลค่าลงมาอีกจากเกรดเอ” นายชาญชัย กล่าว
นอกจากนั้น แผนงานปีหน้าน่าจะมีการเพิ่มจำนวนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงหลักทรัพย์รายตัว (Single Stock Futures) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 68 ตัว เพราะทุกวันนี้มีหุ้นที่อยู่นอก
SET100 มากมายที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน รวมถึงการสร้างสภาพคล่องให้กับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผู้ซื้อได้สิทธิในการซื้อหรือได้รับสิทธิในการขาย (ฟิวเจอร์สออปชั่น) ด้วยการเพิ่มจำนวนผู้ดูแลสภาพคล่อง (มาร์เก็ตเมกเกอร์) จากปัจจุบันที่มีอยู่ 2-3 ราย ซึ่งระหว่างนี้มีการศึกษาการทำงานของตลาดหุ้นไต้หวันมาประกอบ เพราะมีภาพรวมการซื้อขายที่คล้ายกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายบุคคลที่อยู่ประมาณ 50% เท่ากัน
นายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าจะมีการนำหุ้นมาวางหลักประกัน แต่ความจริงให้ขยายไปถึงสินทรัพย์อื่น
ที่มีสภาพคล่องด้วย เช่น ทองคำ ราคาทองคำสปอต อัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงินอื่นๆ เป็นสินทรัพย์ในการวางหลักประกันได้หมด ซึ่งจะส่งผลดีต่อนักลงทุนเป็นหลัก
ทั้งนี้ ปัจจุบันทางการหรือขั้นตอนการปฏิบัติในอุตสาหกรรมมักจะมองบัญชีการซื้อขายในหลักทรัพย์กับ TFEX แยกกัน เมื่อบัญชี TFEX ถูกเรียกการวางหลักประกันเพิ่ม ในทางปฏิบัติหรือในช่วงที่ผ่านมาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน ทำให้นักลงทุนต้องไปขายหุ้นก่อนเพื่อนำเงินมาวางหลักทรัพย์เพิ่มใน TFEX แต่ในทางปฏิบัติถ้าสามารถนำหุ้นไปวางหลักทรัพย์ค้ำประกันแทนได้เลยถ้ามีบัญชีการซื้อขายหุ้นอยู่ในพอร์ตของ บล.เดียวกัน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนสามารถบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ได้ครบถ้วน อีกทั้งช่วยลดขั้นตอนการบริหารเงินได้เป็นอย่างดี และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุนได้ทันสถานการณ์
อย่างไรก็ดี มองว่าการใช้สินทรัพย์อื่นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแทนการวางเงินสดเพียงอย่างเดียวจะดีกับผู้ลงทุน แต่ในอีกทางหนึ่ง บล.จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเพื่อวางระบบหลังบ้านใหม่ให้มีการเชื่อมโยงกันและผูกบัญชีกันได้ ซึ่ง บล.ก็ต้องไปแข่งขันกันที่การบริการลูกค้าอย่างแท้จริง โดยจะต้องสามารถตอบรับความต้องการในการบริหารพอร์ตและสินทรัพย์ที่มีการเปิดซื้อขายของผู้ลงทุนแต่ละรายได้







