
อัคริณรุกขยายโรงแรมไทย-อาเซียน
เอเอชจีสบช่องนักท่องเที่ยวชอบความต่าง ลุยขยายในไทยและเพื่อนบ้าน เปิดอีก 3 แห่ง ธ.ค.นี้
เอเอชจีสบช่องนักท่องเที่ยวชอบความต่าง ลุยขยายในไทยและเพื่อนบ้าน เปิดอีก 3 แห่ง ธ.ค.นี้
นางอัญชลิกา กิจคณากร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัคริณโฮเทลกรุ้ป หรือ เอเอชจี ผู้บริหารงานโรงแรมและรีสอร์ท เปิดเผยว่า ยอดจองล่วงหน้าห้องพักโรงแรมและรีสอร์ทของเอเอชจีในเดือน พ.ย.นี้ดีกว่าปีก่อน และคาดว่าจากเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ไปถึงต้นปีหน้า จะมียอดจองห้องพักเพิ่มขึ้น 20-30% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนหนึ่งมาจากคนแสวงหาแบรนด์โรงแรมที่มีความแตกต่าง
ทั้งนี้ มองว่าปัจจุบันเป็นโอกาสของเครือโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูติก) ขนาดเครือไม่ใหญ่ที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะยิ่งโลกมีประชากรมากขึ้น คนในโลกจะมีพฤติกรรมแสวงหาความแตกต่างสะท้อนความเป็นตัวตนที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเอเอชจีไม่ใช่เครือใหญ่ มีแบรนด์โรงแรมที่มีบุคลิกชัดเจนทำให้นักลงทุนติดต่อมาต่อเนื่อง ขณะที่เครือโรงแรมขนาดใหญ่เองก็พยายามปรับตัวรับความต้องการผู้บริโภคโดยออกแบรนด์ใหม่มากขึ้นเพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกแตกต่างเช่นกัน
สำหรับปัจจุบันเอเอชจีมีโรงแรม 6 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นเจ้าของ 3 แห่ง รับบริหาร 3 แห่ง โดยโรงแรมที่เป็นเจ้าของที่เปิดอยู่แล้ว คือ อลีนตา ภูเก็ต-พังงา และอลีนตา หัวหิน-ปราณบุรี ส่วนที่จะเปิดให้บริการเดือน ธ.ค.นี้ คือ อคีรา บีช คลับ ภูเก็ต อยู่ใกล้อลีนตา ภูเก็ต-พังงา มี 59 ห้อง
ด้านโรงแรมที่รับบริหาร 3 แห่ง เปิดให้บริการแล้ว 1 แห่ง คือ อคีรา แมเนอร์ เชียงใหม่ ขณะที่อีก 2 แห่งเตรียมเปิดให้บริการ ธ.ค.นี้ ได้แก่ อคีรา ทองหล่อ เป็นโรงแรมที่รีแบรนด์มาจากแบรนด์อื่น หลังเปลี่ยนแบรนด์แล้วจะทยอยปรับปรุงภายในโรงแรมจนถึงต้นปี 2561 ตั้งเป้าหมายหลังปรับปรุงทุกอย่างเสร็จจะทำราคาห้องพักได้สูงกว่าโรงแรมที่อยู่ในทำเลเดียวกัน เพราะปกติเวลาบริษัทบริหารโรงแรมในทำเลไหนก็จะพยายามทำราคาให้ดีกว่าตลาด อีกโรงแรม คือ เดอะ เพรสสิเด้นซ์ บาย อัคริณ ที่เมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว มี 32 ห้อง
“การแข่งขันของโรงแรมย่านทองหล่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการมีโรงแรมใหม่ที่เป็นเครือโรงแรมระดับนานาชาติและโรงแรมไทยเข้าไปลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้เจ้าของโรงแรมเดิมตัดสินใจให้เอเอชจีบริหารรีแบรนด์โรงแรมเป็นอคีรา เพื่อสร้างจุดขายชัดเจนแข่งขันได้”
นางอัญชลิกา กล่าวอีกว่า การขยายโรงแรมของเอเอชจีหลังจากนี้มองทั้งรูปแบบการเป็นเจ้าของเองและรับบริหาร ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เข้ามา หากจะไปขยายโรงแรมในต่างประเทศก็จะเน้นประเทศใกล้เคียงกับไทยก่อน เช่น ลาว หลังไปรับบริหารในเวียงจันทน์แล้วก็อยากหาเพิ่มเติมในหลวงพระบาง ต่อมาคือเมียนมา สนใจทั้งในย่างกุ้ง และจุดหมายที่เป็นหาดทรายและภูเขา เวียดนาม ตามเมืองสำคัญทั้งฮานอย โฮจิมินห์ และเมืองชายทะเล ส่วนในประเทศกำลังมองหาทำเลในสมุยเพื่อขยายโรงแรม เพราะก่อนหน้านี้เคยรับบริหารโรงแรมบนเกาะสมุย แต่ปัจจุบันเจ้าของโรงแรมนี้ขายกิจการไปจึงอยากนำแบรนด์โรงแรมกลับไปในพื้นที่นี้อีก







