
จับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย Fed funds
โดย...ปารีณา พ่วงศิริ
โดย...ปารีณา พ่วงศิริ
ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบขึ้นจากสัปดาห์ก่อนระหว่าง 35.00-35.30 แต่เป็นแนวโน้มที่ปรับอ่อนค่าลงต่อเนื่อง
โดยในสัปดาห์นี้ มองว่า เงินเหรียญสหรัฐจะยังได้รับแรงหนุนจากการประชุม FOMC รอบเดือน พ.ย. (วันที่ 1-2) แม้ว่าผู้กำหนดนโยบายการเงินสหรัฐจะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในการประชุมรอบนี้ แต่น่าจะส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันความเป็นไปได้ที่ตลาดให้เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 72.5% เทียบกับช่วงต้นเดือน ต.ค.
ที่โอกาสอยู่ระดับไม่ถึง 60%
การเพิ่มการคาดการณ์เป็นไปตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่น่าจะแข็งแกร่งเพียงพอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในสัปดาห์นี้ เป็นการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า จะยังเห็นการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ที่ดีที่ 1.7 แสนตำแหน่ง
สำหรับประเด็นอื่นที่ต้องติดตาม คือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นและอังกฤษ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของยูโรโซน ตัวเลขด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ รวมถึงรายงานเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท. สำหรับข้อมูลเดือน ก.ย.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.12 โดยช่วงต้นสัปดาห์เห็นเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดไทย โดยเฉพาะพันธบัตร หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้ามีการขายสินทรัพย์ไทยออกไปบางส่วน ทำให้เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบสัปดาห์ที่ระดับ 34.85
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน เนื่องจากจิตวิทยาของนักลงทุนปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว การคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐทำให้ในช่วงปลายสัปดาห์เห็นเงินบาทกลับมาปรับอ่อนค่าอีกครั้งที่ 35.17 เป็นระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดสัปดาห์นี้
ในช่วงนี้ภาพการซื้อขายมีความเบาบางลงบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มเข้าใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งยังเป็นความเสี่ยงหลักที่หลงเหลืออยู่ในปีนี้ สำหรับในแง่ของเม็ดเงินจากต่างชาติ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นการเข้ามาซื้อพันธบัตรไทยจำนวน 7,110 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นยังเป็นการลดสถานะการถือครองเพิ่มเติมอีก 4,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวอ่อนค่าบ้าง โดยปิดตลาดที่ระดับ 35.04
สำหรับสกุลเงินประเทศหลักเห็นการปรับอ่อนค่าโดยภาพรวมเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ตามการคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐในการประชุมรอบปลายปี ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 103.84 ก่อนปรับอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ โดยปลายสัปดาห์เห็นการเคลื่อนไหวทะลุระดับทางเทคนิคสำคัญที่ 105 ปรับอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และมาปิดตลาดที่ระดับ 105.22
ส่วนค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.0876 และยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยปัจจัยหลักของการเคลื่อนไหวยังเป็นเพราะเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นโดยภาพรวม สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ระดับ 1.0910
ด้านภาวะของตลาดอัตราดอกเบี้ยในตลาดหุ้นกู้ มีการออกหุ้นกู้ของบริษัทต่างๆ เช่น หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ AAA(tha) ออกและเสนอขายให้นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.94% มูลค่า 9,000 ล้านบาท และอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.09% มูลค่า 6,000 ล้านบาท
หุ้นกู้ของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A+ ออกและเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.23% มูลค่า 7,250 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกู้ของบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ BBB ออกและเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.20% มูลค่า 2,050 ล้านบาท
ส่วนภาวะการซื้อขายในตลาดรองตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรที่อายุ 2-10 ปี สิ้นสุดสัปดาห์อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 3, 5, และ 10 ปี อยู่ที่ 1.71%, 1.90%, และ 2.17% สำหรับหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ A ถึง A- รุ่นอายุ 2-3 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 2-5 bps โดยเฉลี่ยหุ้นกู้ตลอดสัปดาห์มีการซื้อขายต่อวัน 1,700-1,800 ล้านบาท







