
ปาล์มน้ำมันอาเซียน(1)
ปี 2543 เป็นปีเริ่มต้นของไทยในการพัฒนา “ไบโอดีเซล” อันสืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสให้กองงานส่วนพระองค์ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล เพราะช่วงนั้นน้ำมันปาล์มล้นตลาด
ปี 2543 เป็นปีเริ่มต้นของไทยในการพัฒนา “ไบโอดีเซล” อันสืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสให้กองงานส่วนพระองค์ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล เพราะช่วงนั้นน้ำมันปาล์มล้นตลาด
ต่อมากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล” ให้กับพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2544 ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้อัญเชิญโครงการน้ำมันดีเซลนี้ไปร่วมงาน “Brussels Eureka 2001” ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับ “รางวัลเหรียญทอง” และก่อนหน้านี้ในปี 2526 พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จ.กระบี่และที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส และในปี 2531 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้สร้างโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็กครบวงจร
นอกจากนี้ พระเจ้าอยู่หัวทรงทำโครงการผลิตเอทานอล ในปี 2528 อีกเช่นกัน จะเห็นได้ว่าด้วยสายพระเนตรของพระเจ้าอยู่หัวที่ยาวไกลว่าพลังงานทางเลือกทั้งจากพืช ลม น้ำ และแสงอาทิตย์จะเป็นทางออกที่จะเข้ามาทดแทนการขาดแคลนพลังงานในอนาคต จึงกล่าวได้ว่าพระองค์คือ “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานของไทย” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการใช้พลังงานในอนาคตของโลก
ในปี 2563 ความต้องการพลังงานน้ำ ลม นิวเคลียร์และพลังงานชีวมวล จะมีความต้องการมากขึ้นในขณะที่ความต้องการถ่านหินและน้ำมันจะลดลง โดยความต้องการพลังงานชีวมวลอยู่ที่ 1,500 ล้านตัน เป็นพลังงานทางการเกษตร 10% ไม้เชื้อเพลิง 70% และอื่นๆ 20%
สำหรับการผลิตไบโอดีเซลนั้นมีการใช้พืชพลังงานหลายประเภทตามศักยภาพของแต่ละภูมิภาคของโลก คือ ปาล์มน้ำมันสัดส่วน 25% ถั่วเหลืองสัดส่วน 22% และทานตะวันและเมล็ดเรพ สัดส่วน 20% ปาล์มน้ำมันเป็นสินค้ายุทธศาสตร์หลักตาม “National Key Economic Areas : NKEA” โดยในปี 2559 โลกสามารถผลิตน้ำมันปาล์ม (ซีพีโอ) ได้ 65 ล้านตัน โดยมาเลเซียสามารถให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ 21 ล้านตัน (อินโดนีเซียผลิต 32 ล้านตัน ทั้งสองประเทศคิดเป็น 82% ของการผลิตน้ำมันปาล์มของโลก) บนพื้นที่ปลูกปาล์มที่ 30 ล้านไร่
แผนการผลิตปาล์มน้ำมันในปี 2563 นั้นมีเป้าหมายที่จะผลิตให้ได้เป็น 40 ล้านตัน โดยการเปลี่ยนพื้นที่ปาล์มของเกษตรรายย่อยที่มีอายุมากกว่า 25 ปี จำนวน 2.5 ล้านไร่ เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งรัฐบาลจูงใจให้เงินสนับสนุนไร่ละ 7,968 บาท และให้เงินเดือนครัวเรือนละ 4,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเพิ่มผลผลิตต่อไร่คือเกษตรรายย่อยอิสระจำนวน 1.6 แสนราย (มีผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 2.7 ตัน) จากเป้าหมายข้างต้นรัฐบาลมาเลเซียในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ให้เงินลงทุนทั้งหมดเกือบ 2 แสนล้านบาทใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตมากที่สุดถึง 8 หมื่นล้านบาท สำหรับด้านการขนส่งและอุตสาหกรรมนั้นได้กำหนดให้มีการผลิตไบโอดีเซล B10 ในปี 2558 ทำให้สามารถผลิตไบโอดีเซลได้จำนวน 703 ล้านลิตร และให้เพิ่มเป็น B15 ที่ต้องผลิตไบดีเซลอยู่ที่ 2,000 ล้านลิตร ในปี 2563 จากโรงงานผลิตทั้งหมด 22 โรงนั้นมีการกระจายอยู่ทั้งมาเลเซียตะวันตก ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้สุดจำนวน 8 โรงงาน
ขอต่อฉบับหน้านะครับ







