
ค้าปลีกบูมรอบใหม่ ปี’61ห้างจ่อคิวเปิดเพียบ
พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างหวือหวามากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างหวือหวามากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2555 ที่มีพื้นที่ค้าปลีกเกิดใหม่มากถึง 6.1 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) และในปี 2558 ที่มีพื้นที่ค้าปลีกเกิดใหม่สูงมากเช่นกันด้วยจำนวน 5 แสน ตร.ม. และแม้ว่าการขยายตัวของพื้นที่ค้าปลีกใหม่ๆ ในปีนี้และปีหน้าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ ยังส่งสัญญาณการเติบโตไม่หยุด จากการที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่จ่อคิวสร้างเสร็จเปิดใหม่จำนวนมากในปี 2561 อีกครั้ง
สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ ปีหน้าจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่เปิดใหม่เพียงแห่งเดียวคือ ไอคอนสยาม ส่วนในปี 2561 ตามแผนที่เจ้าของโครงการได้ประกาศไว้ หากแต่ละรายดำเนินการตามแผน ต้องเรียกว่ามีหลายโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ที่น่าจับตามองมาก ไม่ว่าจะเป็น เอ็มสเฟียร์ ย่านพร้อมพงษ์ ซีคอนซิตี้ ศรีนครินทร์ เดอะ มาร์เก็ต ราชดำริ วิซดอม 101 สุขุมวิท และโครงการค้าปลีกอีก 2 โครงการย่านรัชดาภิเษกของกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เป็นต้น
ในมุมของอัตราการเช่าและอัตราค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกในปัจจุบันยังถือว่าดีอยู่ แต่ต้องรอประเมินในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ว่าจะยังดีอยู่หรือไม่ เพราะการจับจ่ายใช้สอยโดยรวมยังไม่ดีมาก และผู้เช่าบางรายอาจจะเช่าพื้นที่ต่อไม่ไหว ส่วนภาพรวมพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ จนถึงไตรมาส 3 ปีนี้ มีทั้งหมด 7.4 ล้าน ตร.ม. โดยศูนย์การค้ายังคงเป็นประเภทค้าปลีกที่มีพื้นที่มากที่สุด สัดส่วนสูงถึง 58% รองลงมาเป็นกลุ่มคอมมูนิตี้มอลล์ 16% ซูเปอร์สโตร์มอลล์ 11% สเปเชียลตี้สโตร์ 6% ห้างสรรพสินค้า 4% พื้นที่ค้าปลีกสนับสนุน 3% และเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ 2%
สำหรับค้าปลีกประเภทคอมมูนิตี้มอลล์ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีหลายแห่งไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ยังมีแนวโน้มการขยายตัว โดยในไตรมาส 4 นี้จะมีคอมมูนิตี้มอลล์เกิดใหม่อีก 3.6 หมื่นตร.ม. จึงคาดว่าจนถึงสิ้นปีคอมมูนิตี้มอลล์ทั้งหมดในกรุงเทพฯ จะมีพื้นที่รวม 1.1 ล้าน ตร.ม. ส่วนในปีหน้าจะมีพื้นที่ใหม่เพิ่มอีก 5.76 หมื่น ตร.ม. และในปี 2561 จะมีเพิ่มอีกประมาณ 2.3 หมื่น ตร.ม.
ด้านผู้ประกอบการน้องใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์อย่าง ธัชชัย ศีลพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอเอ็น พร๊อพเพอร์ตี้ ยังมองว่าคอมมูนิตี้มอลล์ยังมีโอกาสที่จะเกิดใหม่ได้อีก แต่ต้องอยู่ในทำเลที่มีความต้องการจริง และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มเคเอเอ็นฯ ซึ่งมีที่ดินย่านรามอินทราหลายแปลง เลือกที่จะนำที่ดินเก่าเก็บออกมาปัดฝุ่นลงทุนเป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้ชื่อ “อีส พาร์ค” (Ease Park) บริเวณรามอินทรา กม.4
“หลังจากอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มานาน จึงวางแผนที่จะทำบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม แต่เมื่อนำที่ดินของครอบครัวแปลงติดริมถนนรามอินทรา กม.4 ออกมาศึกษาแล้ว พบว่าที่ดินแปลงนี้มีโอกาสมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัย จึงเลือกที่จะนำมาพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์” ธัชชัย กล่าว
จากการสำรวจพื้นที่ย่านรามอินทราของกลุ่มเคเอเอ็นฯ พบว่าเป็นย่านที่มีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ และต้องการบริการพื้นฐาน เช่น ร้านอาหาร กินดื่ม เซอร์วิสด้านการเงินต่างๆ โดยโครงการอีส พาร์ค เป็นคอมมูนิตี้มอลล์บนพื้นที่ทั้งหมด 3.5 ไร่ ความสูง 3 ชั้น พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 7,000 ตร.ม. มูลค่าโครงการประมาณ 200 ล้านบาท ประกอบด้วยร้านค้า 13 ร้าน และคีออสก์ 4 ร้าน โดยชั้น 1 เป็นวิลล่า มาร์เก็ต ซึ่งจะแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้ ยังดึงร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่างสตาร์บัคส์แบบไดรฟ์ทรูเข้ามาเสริมทัพ เพื่อดึงคนให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่โครงการ ส่วนพื้นที่ชั้น 2 เป็นโซนของร้านอาหารกว่า 10 ร้านดัง และพื้นที่ชั้น 3 เป็นส่วนของร้านให้บริการด้านสุขภาพและความงาม โดยพร้อมจะเปิดให้บริการทั้งหมดได้ในปีหน้า คาดว่าจะมีรายได้ปีแรก 50 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้จากธุรกิจขายที่อยู่อาศัยที่จะเริ่มต้นในปีหน้าในย่านรามอินทราเช่นกัน
แม้คนในแวดวงค้าปลีกจะประเมินว่าธุรกิจค้าปลีกยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว แต่พื้นที่ค้าปลีกใหม่ๆ กลับยังขยายตัวอย่างท้าทายเช่นกัน







