posttoday
กำไรแบงก์ ปีหน้าวูบ เจอหนี้เสีย

กำไรแบงก์ ปีหน้าวูบ เจอหนี้เสีย

26 ตุลาคม 2559

คาดแบงก์ปีหน้ากำไรโตชะลอตัว หลังยังต้องเผชิญปัญหาหนี้เสียต่อเนื่อง ต้องกันสำรองเพิ่ม

คาดแบงก์ปีหน้ากำไรโตชะลอตัว หลังยังต้องเผชิญปัญหาหนี้เสียต่อเนื่อง ต้องกันสำรองเพิ่ม

นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค  ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มที่จะปรับลดประมาณการกำไรปี 2560 ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลง เพราะธนาคารพาณิชย์ยังคงเผชิญความเสี่ยงเรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ไตรมาสจากนี้ ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าและมีการชะลอตัวต่อในบางกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อิงกับการส่งออก

นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องมาตรฐานบัญชีใหม่ ( IFRS9) ที่เกี่ยวกับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 ซึ่งจะทำให้ธนาคารจะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่าจะต้องปรับเพิ่มสมมติฐานการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเดิม จึงคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิและการเติบโตในปี 2560 ของกลุ่มธนาคารจะลดลงจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นประมาณ 12% โดยมีโอกาสที่จะลดลงเป็นตัวเลขหลักเดียว

ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ คาดว่าตลาดจะปรับประมาณการของกลุ่มลง เนื่องจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไม่ลดลงตามที่คาดไว้ นอกจากนี้งบการเงินในช่วงไตรมาส 3 ที่ลดลงจะไม่ลดลงต่อในไตรมาส 4 และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะยังไม่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อและค่าธรรมเนียมที่ต่ำ

ทิสโก้ ระบุว่า โดยรวมแล้วธนาคารที่มีการเติบโตสูงในปีหน้าจะมาจากการตั้งสำรองที่สูงในปีนี้ของธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย ทำให้ต้นทุนเครดิตในปี 2560 ไม่สูงไปกว่าปีนี้ อย่างไรก็ตาม
ทิสโก้แสดงความกังวลนโยบายสินเชื่อของไทยพาณิชย์ที่เสี่ยงและการฟื้นตัวของทหารไทยที่ต่ำ

กลุ่มธนาคารรายงานผลประกอบการรวมที่ 4.99 หมื่นล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดคาด 4-5% แต่มาจากการปรับสำรองที่ล่าช้า ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย หนี้เสียที่ฟื้นตัวของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารเกียรตินาคิน รวมทั้งผลของการลดดอกเบี้ยจ่าย (จากการบริหารเงินฝาก) ในขณะที่การปรับลดงบการเงินเริ่มลดลงของธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือหายไปของธนาคากรุงไทยและธนาคารกสิกรไทย

อย่างไรก็ตาม ตลาดผิดหวังเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 4.9% และเงินกันสำรองที่ลดลงจาก 132% ในไตรมาส 2 เป็น 131% เนื่องจากการตัดจำหน่ายเอ็นพีแอลที่น้อยกว่าคาด โดยมองว่ากลุ่มธนาคารต้องมีการปรับลดเอ็นพีแอลลง การปรับลดเอ็นพีแอลและการปรับโครงสร้างสินเชื่อจะทำให้ต้นทุนเครดิตไม่สามารถลดลงได้ในระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ