posttoday
ตลาดปลอดข่าว

ตลาดปลอดข่าว

24 ตุลาคม 2559

โดย...บล.กสิกรไทย

โดย...บล.กสิกรไทย

การประชุมธนาคารกลางยุโรปจะยังคงมติดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0% ดอกเบี้ยเงินฝากระหว่างธนาคาร -0.4% และคงวงเงินสำหรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (คิวอี) 8 หมื่นล้านยูโร ไปจนถึงเดือน มี.ค. 2560 โดยธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังไม่มีการพิจารณาปรับเปลี่ยน ลด/เพิ่มระยะเวลาและวงเงินคิวอี ซึ่งประธานอีซีบี มาริโอ ดรากี ได้แถลงว่า ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกการซื้อพันธบัตรในทันที และการเปิดเผยคาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค.จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินของที่ประชุมในเดือน ธ.ค.

ผลการประชุมอีซีบีที่ยังคงนโยบายเดิม เป็นตัวสะท้อนว่าอีซีบีไม่คิดที่จะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มมากขึ้น และการที่ประธานเริ่มพูดถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนขนาดคิวอี ก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่อีซีบีจะทำการลดขนาดและการยุติการใช้คิวอีหลังจบโปรแกรมเดือน มี.ค. 2560 ยืนยันกระแสทยอยลดนโยบายการเงินผ่อนคลายของบรรดาธนาคารกลางหลักของโลก เพื่อเปลี่ยนไปใช้นโยบายการเงินเข้มงวดในการดึงเงินเฟ้อขึ้นแทน ซึ่งภาพดังกล่าวยิ่งชัดมากขึ้นหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายก่อนสิ้นปี โดยความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ล่าสุดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 67%

หลังการประชุมอีซีบี ตลาดเงินมีปฏิกิริยาทันที US Dollar Index แข็งค่า 0.4% ทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน สวนทางกับการอ่อนค่าของเงินยูโร 0.4% ล่าสุดอยู่ที่ 1.09 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ใกล้ระดับที่อ่อนที่สุดในรอบ 4 เดือน เช่นเดียวกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคล้วนปรับอ่อนค่ากัน โดยเงินบาทกลับมาเหนือ 35 บาท/เหรียญสหรัฐอีกครั้ง มองกระแสการแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐจะดึงให้เงินบาทกลับไปอ่อนค่าแบบปกติ

นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 1.02% ในขณะที่ SET50 ปรับขึ้นเพียง 0.07% แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นเล็ก-กลาง เป็นหลัก อย่างไรก็ตามการซื้อขายในกลุ่มหุ้นเล็ก-กลาง ดังกล่าวยังไม่เกิดสัญญาณการเก็งกำไรที่มากรุนแรงผิดปกติ เนื่องจากแม้ SET50 จะปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดค่อนข้างมาก แต่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยใน SET50 นั้น คิดเป็น 64% ของปริมาณการซื้อขายรวมใน SET Index ซึ่งยังคงใกล้เคียงหรือเท่ากับสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของ SET50 เมื่อเทียบกับ SET ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 64% เช่นกัน

SET Index อยู่ในช่วงปลอดข่าว และตลาดกำลังอยู่ในสภาวะเก็งกำไรผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3 ปี 2559 กลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก น่าจะยังคงเป็นตัวเลือกหลักในการซื้อขายของนักลงทุนในช่วงนี้ สิ่งที่ต้องระวังคือระดับปริมาณการซื้อขายของตลาดที่ลดลงต่อเนื่อง (ล่าสุดมาอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท ต่ำที่สุดในรอบ 10 วัน) ทำให้ตลาดขาดความเสถียรและมีความเสี่ยงที่จะต้องเกิดความผันผวนรุนแรงในยามที่ Upside ตลาดกลับมาเหลือเพียงแค่ 2.4% โดยต้องติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตลาดมีความอ่อนไหวจนเกิดแรงขายทำกำไรออกมาได้ ไล่ตั้งแต่การขายเมื่อความจริงปรากฏ หลังผลประกอบการของภาคการผลิตออกมา โดยจะเริ่มจากกลุ่มพลังงานและวัสดุก่อสร้างในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค. และต้องระวังการให้มากในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ย. (ช่วงวันที่ 11-12 พ.ย.) จะมีการประกาศผลประกอบการของกลุ่มหุ้น ค้าปลีก การเงิน เกษตร อาหาร รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งหุ้นหลายตัวในกลุ่มดังกล่าวเป็นที่นิยมในการเก็งกำไรของตลาด นอกจากนั้นต้องระวังช่วงใกล้ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน เฟด วันที่ 1-2 พ.ย. 2559 อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้น และสุดท้ายคือการประชุมกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ในวันที่ 30 พ.ย. 2559 หากลดกำลังการผลิตตามที่ตลาดคาด เชื่อว่าราคาน้ำมันน่าจะปรับร่วงตามที่มีการขายออกมาได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69