
บิ๊กตู่เข้มวางกรอบงบปี’61
มอบส่วนราชการยึดแผนพัฒนาฯ12-ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี
มอบส่วนราชการยึดแผนพัฒนาฯ12-ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี
โพสต์ทูเดย์ - “บิ๊กตู่” สั่งส่วนราชการจัดงบปี 2561 สอดคล้องแผนฯ 12 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีกระตุ้นทุกกระทรวงเข้าสู่ยุค 4.0
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2561 แก่ส่วนราชการว่า รัฐบาลต้องการให้ประเทศมีทิศทาง มีธรรมาภิบาล มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณเนื่องจากไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยแต่ต้องการให้ประเทศมีรายได้สูงขึ้น
ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณอยากให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นกรอบการทำแผนว่าในอนาคต 5 ปี หรือ 20 ประเทศ ต้องการอะไรไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการถนน รถไฟทางคู่ รถไฟ รถเมล์ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออก ขณะเดียวกันต้องมองถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ ให้ทุกกระทรวงมองเรื่องของการปรับนโยบายไปสู่การเป็นกระทรวง 4.0 ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 โดยให้คิดสิ่งใหม่และรักษาสิ่งเก่าที่ดีไว้ และต้องไม่ลืมว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะมีความต้องการใช้เงินเพื่อดูแลรัฐสวัสดิการมากขึ้น
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินการเพื่อใช้ที่ดินในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง ได้แก่ 1.การจัดพื้นที่ราชพัสดุใน จ.กาญจนบุรี 8,000 ไร่ โดย 60% จะรองรับภาคอุตสาหกรรม 2.เห็นชอบผลการคัดเลือกและเจรจาผู้ลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่ให้บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เป็นผู้ได้รับสิทธิพัฒนาที่ราชพัสดุ เนื้อที่ประมาณ 895 ไร่ ใน จ.ตราด โดยเสนอค่าธรรมเนียมตอบแทนแก่รัฐตลอดอายุสัญญา 50 ปี ที่ 169 ล้านบาท
3.เห็นชอบให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เจรจากับเอกชนเพื่อซื้อที่ดินเอกชน เนื้อที่ประมาณ 1,730 ไร่ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส เพื่อสนับสนุนให้เกิดโครงการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้มายื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 40 โครงการ วงเงินรวม 7,211.55 ล้านบาท โดยผ่านการอนุมัติแล้ว 28 โครงการวงเงิน 5,574.66 ล้านบาท







