
อย่าตื่นข่าวฟ้องสผ.
นักลงทุนกระหน่ำขาย ปตท.สผ.ปตท. กดดันหุ้นร่วง 4 จุด ผู้บริหารยันดูแลปัญหามอนทาราเรียบร้อยดีไม่สร้างปัญหาให้ถูกปรับหนัก
นักลงทุนกระหน่ำขาย ปตท.สผ.ปตท. กดดันหุ้นร่วง 4 จุด ผู้บริหารยันดูแลปัญหามอนทาราเรียบร้อยดีไม่สร้างปัญหาให้ถูกปรับหนัก
ตลาดหุ้นวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีปรับฐานเช่นเดียวกับภูมิภาค ระหว่างวันดัชนีแกว่งขึ้นและลงรวม 12 จุด มาปิดที่ระดับ 890.45 จุด ติดลบ 4.33 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายปานกลาง 38,410 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 253 ล้านบาท ส่วนสถาบันกลับมาทิ้งหนัก 1,247 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลงแรงระหว่างวันเกือบ 9 จุด เกิดจากนักลงทุนเทขายหุ้นครอบครัว ปตท. นำโดยหุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เพราะนักลงทุนตกใจกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายจากแหล่งมอนทาราถึง 780 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท กดราคาหุ้นร่วงมาปิดที่จุดต่ำสุดของวัน 143.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
นอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้น ปตท. (PTT) ออกมามากเช่นกัน ถือว่าพลิกล็อกจากวันก่อนมีข่าวดีว่าโรงแยกก๊าซที่ 6 ในมาบตาพุดจะพ้นจากกิจการร้ายแรง แต่ระหว่างวันที่ 24 ส.ค. กลับมีกระแสข่าวว่าทางสมาคมลดโลกร้อนจะร้องศาลปกครองให้ยกเลิกมติประกาศ 11 ประเภทกิจการให้พ้นจากกิจการร้ายแรง ซึ่งหากเป็นอย่างนี้จริงก็จะส่งผลกระทบต่อโรงแยกก๊าซ 6 อีกต่อไป
ด้านผู้บริหารกลุ่ม ปตท. กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัท ปตท.สผ.ยังไม่ได้รับหนังสือฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ทางบริษัทก็มีหลักฐานและมีการดูแลปัญหาการรั่วไหลของก๊าซในแหล่งมอนทาราเป็นอย่างดี ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่สร้างความเสียหายในวงกว้าง รวมถึงประเทศอินโดนีเซีย จึงเชื่อว่าบริษัทไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายมากอย่างที่เป็นข่าว ดังนั้นนักลงทุนไม่ควรกังวลหรือตื่นตระหนกเทขายหุ้นออกมา
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต กล่าวว่า ถ้าหาก PTTEP ถูกรัฐบาลอินโดนีเซียปรับจริง 780 ล้านเหรียญสหรัฐ จะกระทบต่อมูลค่าหุ้นไม่มากนัก เพียง 5% และในเชิงพื้นฐานยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาที่เหมาะสมอยู่ที่ระดับ 168 บาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีที่ขึ้นไปเกือบ 900 จุด ถือว่าเป็นไปตามความแข็งแกร่งของประเทศ และสอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค เพราะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาไทยเกิดปัญหาภายในประเทศ ทำให้เกิดช่องว่าง แต่ขณะนี้ต่างชาติได้นำเงินกลับเข้ามา เพราะมั่นใจเศรษฐกิจ ซึ่งเติบโตดีกว่าคาดที่ 5.5% เป็น 7.5%
นายไมเคิล ฮาเซนสเตป ผู้จัดการกองทุนของเทมเพิลตัน โกลบอลบอนด์ ฟันด์ ที่ให้ผลตอบแทนต่อนักลงทุน 16% เมื่อสิ้นปี 2552 ที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าปัญหาในสหรัฐ ยุโรป และจีน ไม่น่าทำให้โลกกลับเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้งหนึ่ง
“การออกมาตรการของประเทศต่างๆ ทำให้มีความเสี่ยงลดลงและเป็นโอกาสในการลงทุนเนื่องมาจากความกังวลของตลาดจนเกินเหตุในยุโรปและจีน ทำให้มีการเทขายตราสารต่างๆ ออกมาในตลาดโดยไม่แยกแยะ จึงมีของดีราคาถูกให้เลือกลงทุน” นายฮาเซนสเตป กล่าว
ด้าน เจ.พี. มอร์แกน ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในช่วง 12 เดือนอยู่ที่ 1,120 จุด ซึ่งตัวเร่งคือปัญหามาบตาพุดที่คลี่คลายลง และการประกาศช่วงเวลาการเลือกตั้งที่ชัดเจน







