posttoday
คลังฝีมือคืนหนี้1.9หมื่นล้าน

คลังฝีมือคืนหนี้1.9หมื่นล้าน

25 สิงหาคม 2553

 ครม.ไฟเขียวปรับแผนเงินกู้ปี’53 อัดฉีด2.2หมื่นล.ลุยรถไฟฟ้าสีแดง

โพสต์ทูเดย์ — ครม.เห็นชอบปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบ 2553 ใหม่ดึงเงินคงคลังจ่ายคืน ทำให้หนี้ลง 1.92 หมื่นล้าน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2553 ครั้งที่ 5 โดยภาระหนี้ของรัฐปรับลดลง 1.92 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกระทรวงการคลังจะนำรายได้ที่จัดเก็บเกินเป้ามาชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดวงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท และกู้เงินจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจกา) เพื่อนำมาใช้ในโครงการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งส่วนนี้กระทรวงการคลังจะกู้มาแล้วให้ ร.ฟ.ท.กู้ต่อ จำนวน 2.27 หมื่นล้านบาท

แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2554 วงเงินรวม 1.29 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้อนุมัติแล้ว และเห็นชอบให้เสนอ ครม.พิจารณานั้น ยังไม่ได้เสนอ ครม. ในการประชุมวันที่ 24 ส.ค. แต่ยืนยันว่าตามแผนดังกล่าวจะมีการก่อหนี้ใหม่เพียง 6.07 แสนล้านบาท ลดลงจาก 9.24 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2553 แยกเป็นของรัฐกู้ 5.42 แสนล้านบาท และรัฐวิสาหกิจกู้ 6.47หมื่นล้านบาท เนื่องจากรายรับรัฐบาลดีขึ้นและความจำเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รมว.คลัง ได้รายงาน ครม.ให้รับทราบว่ารัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการที่ 3.47 แสนล้านบาท จึงมีการนำเงินคงคลัง 4.2 หมื่นล้านบาท ดำเนินการไถ่ถอนตั๋วสัญญาซึ่งเป็นการใช้หนี้ก่อนกำหนด

สำหรับส่วนที่ 2 เป็นแผนการการก่อหนี้จากต่างประเทศ จากวงเงินเดิม 9.9 หมื่นล้านบาท โดยปรับเพิ่มอีก 2.2 หมื่นล้านบาทส่งผลให้วงเงินก่อหนี้ต่างประเทศในปี 2553 ใหม่ คือ 1.22 แสนล้านบาท ซึ่งวงเงินที่ปรับเพิ่มเป็นวงเงินที่ ร.ฟ.ท.จะกู้ต่อจากกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต

โดยกระทรวงการคลังจะลดการปรับแผนบริหารหนี้เหลือเพียงไตรมาสละ 1 ครั้ง และอนาคตจะให้แค่ 6 เดือนต่อครั้ง ขณะเดียวกันต่อไปโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่จะต้องกู้เงินซึ่งต้องขออนุมัติจาก ครม.นั้น จะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นตัวหลักด้วย เนื่องจากที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจมักขอวงเงินไว้สูง แต่กู้ลงทุนได้จริงแค่ 50%

ทั้งนี้ คาดว่า ณ สิ้นปี 2554 หนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 43.8% ต่อจีดีพี และภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ 10.1% ของงบประมาณรายจ่าย อยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่หนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของจีดีพี และภาระต่องบประมาณไม่เกิน 15%นายกรณ์ กล่าวว่า การบริหนี้ปีงบประมาณ 2554 จะปรับระบบให้มีความเข้มข้นรัดกุมมากขึ้น นอกจากนี้คลังยังได้เสนอให้ ครม. พิจารณาการปรับแผนบริหารหนี้ปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 5 ซึ่งจะทำให้หนี้ลดอีก 1.92 หมื่นล้านบาท จากการนำเงินคงคลังคืนหนี้ก่อนกำหนด 4.2 หมื่นล้านบาท และการกู้ต่างประเทศเพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้ต่อ วงเงิน 2.27 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ