
เสนาโซลาร์เล็งลุยชีวมวล
“เสนา โซลาร์” สบช่องเล็งหาพันธมิตรรุกผลิตไฟฟ้าชีวมวล ขานรับนโยบายรับซื้อไฟฟ้าแบบไฮบริดในอนาคต
“เสนา โซลาร์” สบช่องเล็งหาพันธมิตรรุกผลิตไฟฟ้าชีวมวล ขานรับนโยบายรับซื้อไฟฟ้าแบบไฮบริดในอนาคต
นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา โซลาร์ เอเนอร์ยี่ เปิดเผยว่า บริษัทสนใจนโยบายรับซื้อไฟฟ้ารูปแบบผสมผสาน (ไฮบริด) ระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) กับชีวมวล ที่สำนักงานนโยบายพลังงาน (สนพ.) มีแผนที่จะส่งเสริม ดังนั้นในระยะต่อไปจะต้องมองหาพันธมิตรและศึกษาแนวทางการลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลควบคู่กันไปด้วย
ทั้งนี้ พลังงานทดแทนในรูปแบบไฮบริด มีเป้าหมายเพื่อให้การรับซื้อไฟฟ้ามีสัญญาแบบ Firm ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้ต่อเนื่อง จากเดิมที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น
“ทางกระทรวงพลังงานหารือกับเอกชนในเบื้องต้นบ้างแล้ว ถึงแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าแบบไฮบริด เนื่องจากปัจจุบันพลังงานทดแทนที่รับซื้อประเภทเดียว เช่น ลม หรือโซลาร์เซลล์ มีปัญหาในการจ่ายไฟไม่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ทำให้การซื้อไฟเป็นแบบ Non- Firm คือไม่กำหนดการจ่ายไฟต่อเนื่อง" นางเกษรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐอยากให้เป็นแบบ Firm เพื่อความมั่นคงจึงมองการผสมผสานเชื้อเพลิงแสงอาทิตย์ที่ผลิตกลางวันกับชีวมวลที่สามารถผลิตกลางคืนได้ แต่รายละเอียดและแนวทางการเปิดรับซื้อยังไม่ชัดเจน แต่ทั้งนี้วิธีนี้จะทำให้บริษัทต้องพิจารณาการลงทุนด้านชีวมวลไว้ด้วย จากเดิมที่จะโฟกัสเฉพาะแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว
นางเกษรา กล่าวว่า ปัจจุบันเสนา โซลาร์ฯ ได้เสนอยื่นขายไฟฟ้าในโครงการรับซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยเสรีนำร่อง (โซลาร์รูฟท็อปเสรี) จำนวน 98 ยูนิต โดย 91 ยูนิตเป็นหลังคาบ้าน ที่อยู่อาศัย มีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 400-500 กิโลวัตต์ ส่วน อีก 7 ยูนิตเป็นอาคารโรงงาน โดยบริษัทหวังว่าหลังจากนี้ภาครัฐจะมีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบ แม้จะให้อัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ต่ำกว่าอัตราปกติก็ตาม เชื่อว่าจะจูงใจมากกว่าเมื่อเทียบกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้เองภายในครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังสนใจโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ในเฟส 2 ในส่วนของสหกรณ์ ซึ่งต้องรอดูว่าอัตราการรับซื้อไฟฟ้าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ภายหลังมีการปรับปรุงอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์สำหรับผู้ผลิตขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) ในระบบ Feed in Tariff (FiT) มาอยู่ที่ 4.12 บาท/หน่วย
อย่างไรก็ตาม ภายในเดือน พ.ย. บริษัทจะเปิดตัวสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) ภายในหมู่บ้านของเสนา เพื่อบริการส่วนกลางให้กับลูกบ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ไฟฟ้าภายในโครงการ เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของส่วนกลางสำหรับผู้ซื้อบ้านของเสนาอยู่แล้ว







