
ฝรั่งเศสลุยลงทุนไทย
นักธุรกิจฝรั่งเศสบุกพบนายกฯ ย้ำลงทุนไทยเพิ่มสาขานวัตกรรมรับไทยแลนด์ 4.0 กล่อมช่วยหนุนเอฟทีเอไทย-อียู
นักธุรกิจฝรั่งเศสบุกพบนายกฯ ย้ำลงทุนไทยเพิ่มสาขานวัตกรรมรับไทยแลนด์ 4.0 กล่อมช่วยหนุนเอฟทีเอไทย-อียู
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สภาธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส และคณะผู้บริหารระดับสูงภาคธุรกิจจากสภานายจ้างและผู้ประกอบการฝรั่งเศส (MEDEF) ซึ่งมีบริษัทขนาดใหญ่ร่วมด้วย อาทิ กลุ่มแอร์บัส กลุ่มมิชลิน ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งทางฝ่ายนักธุรกิจฝรั่งเศสได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่จะลงนามในส่วนของกิจการที่สนใจจะลงทุนในไทย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกลุ่ม S-Curve กลุ่มคมนาคมขนส่ง เป็นต้น
“อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ฝรั่งเศสต้องการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น พลังงานทางเลือก ไบโอเทคโนโลยี ดิจิทัล ยา สอดคล้องกับที่ไทยต้องการให้ฝรั่งเศสมาลงทุนเช่นกัน และในการหารือครั้งนี้ ไทยได้ขอให้ MEDEF เป็นกำลังสำคัญในการช่วยผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระห่วางไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) ด้วย ซึ่งเขารับปาก โดยนายกฯ ค่อนข้างพอใจในผลการหารือ” นายสมคิด กล่าว
สำหรับความคืบหน้าการร่วมมือทางอาลีบาบา ทางรัฐบาลจะตั้งคณะทำงาน 2 ฝ่ายขึ้นมา โดยได้สั่งการให้จัดหาคนของฝ่ายไทยเข้ามาทำงานแล้ว จะเร่งให้เสร็จก่อนที่ตนจะเดินทางไปร่วมประชุมทวิภาคีกับทางการจีน ที่ประเทศจีนในช่วงเดือน ธ.ค.นี้
นอกจากนี้ ในวันที่ 21-22 ต.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปที่กรุงเนย์ปิดอว์ สหภาพเมียนมา ตามคำเชิญของนางอองซานซูจี มุขมนตรีแห่งสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ซึ่งจะมีการประชุมหารือเพื่อสานต่อในประเด็นที่ไทยและเมียนมาได้มีการลงนามทำความตกลงกันไว้เมื่อครั้งที่นางซูจีเดินทางมาเยือนไทยเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้แก่ ประเด็นที่ทางเมียนมาต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในกลุ่มพลังงาน คมนาคม โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมถึงกรณีที่ไทยจะให้ความช่วยเหลือทางการศึกษาและพัฒนาแรงงาน
ด้าน นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การหารือกับนายฟรองซัวส์ กอร์แบง ประธาน MEDEF และคณะนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศส ได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นเศรษฐกิจด้านมูลค่า
อย่างไรก็ตาม ในการหารือไทยและฝรั่งเศสเห็นร่วมกันว่าทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกว่า 160 ปี โดยปัจจุบันมีบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 350 บริษัท เข้ามาลงทุนในไทย และ MEDEF แสดงความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในสาขาที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญ อาทิ พลังงานทดแทน อากาศยาน สุขภาพ และดิจิทัล รวมทั้งยังสนใจที่จะร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาแรงงานให้สอดรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0
“ฝ่ายไทยได้แจ้งให้กับคณะนักธุรกิจ MEDEF ว่า ปัจจุบันไทยได้ขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้ากับนานาประเทศ ผ่านการจัดทำเอฟทีเอ โดยปัจจุบันไทยมีเอฟทีเอที่มีผลใช้บังคับแล้วจำนวน 12 ฉบับ ครอบคลุม 17 ประเทศ และเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2559 ซึ่งทำให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน” นายวินิจฉัย กล่าว
นอกจากนี้ ไทยได้ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นสากลสอดรับกับการค้ายุคใหม่ อาทิ การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจในไทย กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ส่วนการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้แจ้งกับทางฝรั่งเศสว่าอาเซียนตั้งเป้าให้การเจรจาได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้ไทยได้ประโยชน์เป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียต่อไป







