
แบงก์รัฐช่วยลูกค้าน้ำท่วม ลดภาระต้น-ดอกเบี้ย
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
เหตุอุทกภัย น้ำท่วมหลายแห่งในพื้นที่ต่างๆ สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ธนาคารรัฐระดมมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งที่เป็นลูกค้าและประชาชนทั่วไป
ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย ว่า มาตรการแรก กรณีเป็นลูกค้าเดิมของธนาคารที่ประสบภัยน้ำท่วม และหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อย (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย เอ็มอาร์อาร์ ลบ 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ลบ 1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ เอ็มอาร์อาร์ ลบ 1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ เอ็มอาร์อาร์ ลบ 0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ของธอส.อยู่ที่ 6.75% ต่อปี)
ส่วนมาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหาย ลูกค้าสามารถขอกู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้นกรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย เอ็มอาร์อาร์ ลบ 1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อยคิดอัตราดอกเบี้ย เอ็มอาร์อาร์ ลบ 0.50% ต่อปี
สำหรับวงเงินให้กู้ต่อรายธนาคารกำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน โดยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้าร่วม “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559” จะต้องเป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือคู่สมรส และได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2559 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร. 02-645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสิน เป็นอีกแห่งที่ออกมาตรการด้านสินเชื่อภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่ประสบเหตุน้ำท่วม โดยธนาคารออมสินให้กู้ครอบครัวละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ย 1 ปี (ดอกเบี้ย 0% ในปีแรก) หลังจากนั้น ปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ยตามปกติคือ 1% ต่อเดือน เริ่มขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ใช้บุคคลค้ำประกัน 2 คน หรือใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันก็ได้ สินเชื่อที่สามารถนำไปบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซ่อมแซมหรือซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพที่เสียหาย รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพภายหลังน้ำลด
นอกจากนี้ ลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นไม่เกิน 2-3 ปี หรือชำระเงินต้นบางส่วนไม่เกิน 2 ปี หรือระหว่างพักชำระเงินต้น ให้ชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยปกติ 100% หรือชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50% หรือขยายระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น หรือไม่เกิน 2 เท่า ของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญากู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่ต้องไม่เกิน 20 ปี ทั้งนี้ ลูกค้าต้องได้รับการอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2559
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gsb.or.th, Facebook : GSB Society, Official Line : GSB ธนาคารออมสิน หรือสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center โทร.1115 หรือ MyMo Call Center 1143







