posttoday
เอกชน-กระทรวงอุตฯ เตรียมหารือทางออกโครงการมาบตาพุด

เอกชน-กระทรวงอุตฯ เตรียมหารือทางออกโครงการมาบตาพุด

24 สิงหาคม 2553

เอกชน-กระทรวงอุตฯ เตรียมหารือทางออกโครงการมาบตาพุด ด้านเอ็นจีโอเตรียมก่อม็อบคัดค้านประกาศกิจการรุนแรง

เอกชน-กระทรวงอุตฯ เตรียมหารือทางออกโครงการมาบตาพุด ด้านเอ็นจีโอเตรียมก่อม็อบคัดค้านประกาศกิจการรุนแรง

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ส.ค. นี้ ภาคเอกชนจะร่วมหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางการดำเนินการหลังจากที่มีรายชื่อกิจการรุนแรงออกมาแล้ว ทั้งสำหรับโครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง และโครงการที่ไม่เข้าข่าย ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ซึ่งการประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงถือเป็นสัญญาณบวกต่อการลงทุน ทำให้นักลงทุนทราบแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน

หลังจากนี้โครงการที่ไม่เข้าข่าย ก็จะเร่งปฏิบัติตามกฎหมาย และเดินหน้าขออนุมัติ อนุญาตดำเนินกิจการต่อไป หลังจากที่ต้องหยุดมานาน เพราะหลายโครงการพร้อมที่จะผลิตได้แล้ว ส่วนการทำรายงานผกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ที่เกือบทุกโครงการได้ทำไปแล้วนั้นก็จะทำต่อไป โดยโครงการที่เข้าจะเข้าขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ส่วนที่ไม่เข้าข่ายก็จะทำให้แล้วเสร็จ

สำหรับในวันที่ 26 ส.ค. ที่ศาลปกครองกลางนัด ถือเป็นการเปิดรับข้อมูลใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อนำมาวินิจฉัยต่อไป

“ทุกอย่างย่อมมีทั้งบวกและลบ โครงการใหม่ที่จะเข้ามาลงทุน หากเข้าข่ายกิจการรุนแรง ก็ต้องใช้เวลาดำเนินการตามนาน กว่าจะเริ่มได้อย่างน้อย 2- 3 ปี ซึ่งสถานการณ์ด้านธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จุดนี้อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนอยู่บ้าง เพราะหลายประเทศไม่มีหลักเกณฑ์อย่างนี้ แต่ข้อดีก็คือนักลงทุนสามารถวางแผนได้เลย ถ้ารับได้ก็มา รับไม่ได้ก็ไม่มา” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายสุทธิ อัฌชาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ทางเครือข่ายจะประชุมกันในวันที่ 29 ส.ค. ที่จังหวัดระยองเพื่อกำหนดท่าที เนื่องจากไม่พอใจที่มีหลายโครงการหลุดออกจากกิจการรุนแรง โดยทางเครือข่ายอาจจะมีการชุมนุมทั่วประเทศ หรืออาจจะปิดนิคมอุตสาหกรรมบางแห่ง เพื่อแสดงพลังของชุมชน

ทั้งนี้ เหตุผลที่คัดค้าน เพราะประกาศดังกล่าวไม่เอื้อต่อสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ บางกิจการกำหนดขนาดที่ใหญ่เกินความจำเป็น เช่น โครงการหลอมเหล็ก 5,000 ตัน ใหญ่เกินไป และการกำหนดการขยายกำลังการผลิตที่ระดับ 35% ถือว่ามากเกินไป เป็นต้น

นอกจากนี้ ขอตำหนิคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แก้ไขปัญหามาบตาพุด ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง แต่เอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชน โดยข้อเสนอแนะจากการรับฟังความเห็นของประชาชนไม่ถูกนำมาบรรจุอยู่ในประกาศเท่าที่ควร ซึ่งน่าจะมีบันทึกความเห็นของประชาชนแนบท้ายประกาศฯ ด้วย เพื่อจะได้ทราบว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไรต่อโครงการดังกล่าว

“วันที่ 29 ส.ค.นี้จะนัดประชุมเครือข่ายเพื่อกำหนดท่าที ซึ่งอาจจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศหรืออาจจะมีการปิดล้อมบางนิคมอุตสาหกรรมเพื่อคัดค้านโครงการที่หลุดออกมา โดยเฉพาะโครงการปิโตรเคมีปลายน้ำ โรงหลอมเหล็กกำลังการผลิต 5 พันตัน ซึ่งการออกมาแสดงท่าทีครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้ทำประกาศร่างกิจการรุนแรงใหม่หมด เพียงแต่ไม่ยอมรับในบางโครงการเท่านั้น” นายสุทธิ กล่าว

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ฟ้องคดีมาบตาพุดร่วมกับชาวบ้าน 43 ราย กล่าวว่า  เร็วๆนี้สมาคมฯเตรียมที่จะร่วมมือกับชาวบ้านที่จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ยกเลิกมติการกำหนด 11 กิจการรุนแรงของบอร์สิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 23 ส.ค. เนื่องจากเห็นว่าบิดเบือนเสียงส่วนใหญ่ของภาคประชาชนที่มีมติและเห็นชอบ 18 กิจการตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเสนอ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน