
ยูโอบีหนุนสตาร์ทอัพ
ยูโอบีผนึกเครือข่ายเสริมศักยภาพสตาร์ทอัพไทย 3 ด้าน บ่มเพาะ ให้เงินทุน หนุนขยายธุรกิจ
ยูโอบีผนึกเครือข่ายเสริมศักยภาพสตาร์ทอัพไทย 3 ด้าน บ่มเพาะ ให้เงินทุน หนุนขยายธุรกิจ
นายเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับธนาคารแม่ที่สิงคโปร์ จัดทำโครงการส่งเสริมธุรกิจใหม่ (สตาร์ทอัพ) ในภูมิภาค 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1.จัดตั้งแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพภายใต้ชื่อ เดอะฟินแล็บ ที่จะคัดเลือกสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค 9 รายในภูมิภาคไปอบรมที่สิงคโปร์ 3 เดือน โดยมีสตาร์ทอัพไทยผ่านการคัดเลือกไปเข้าอบรม 1 ราย คือ สต็อกทูเดย์ (Stock2day) ซึ่งจะได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 3 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ ธนาคารตั้งเป้าผลักดันสตาร์ทอัพไทยเข้าโครงการบ่มเพาะเป็นธุรกิจจริงเพิ่มอีก 2-3 รายในปีหน้า ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่มีศักยภาพเข้าข่าย 13 ราย
สำหรับการสนับสนุนด้านที่ 2 คือ การระดมทุน โดยธนาคารยูโอบีได้มีความร่วมมือกับ OurCrownd ธุรกิจที่ให้บริการระดมทุนระดับโลกสัญชาติอิสราเอล เพื่อเป็นช่องทางระดมทุนของธุรกิจหน้าใหม่ในรูปแบบคราวด์ฟันดิ้ง โดยกองทุน OurCrownd ปัจจุบันมี 100 บริษัทที่จดทะเบียนเข้าระดมทุน โดยมีวงเงินระดมทุนแล้ว 220 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7,000-8,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบใหม่ คือปล่อยกู้และให้สิทธิวอร์แรนต์ (Venture Debt) ผ่าน บริษัท อินโนเวน แคปิตอล ซึ่งเป็นกิจการร่วมลงทุนระหว่างยูโอบีและเทมาเส็ก โดยมีบริษัทไทย คือ โพเมโล (Pomelo) ธุรกิจแฟชั่นที่ระดมทุนผ่านช่องทางนี้ได้ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 175 ล้านบาท
สำหรับแพลตฟอร์มด้านที่ 3 คือ การสนับสนุนให้ธุรกิจรุ่นใหม่ไทยขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคโดยอาศัยเครือข่ายของธนาคารยูโอบีที่เข้มแข็ง โดยธุรกิจที่เข้าข่ายได้รับการสนับสนุนจะต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ระดับหนึ่ง เช่น ขายสินค้าออนไลน์ และมีความต้องการขยายตลาดไปยังประเทศอื่น
นายเจมส์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพประมาณ 2,500 ราย ในจำนวนนี้เป็นฟินเทคประมาณ 50 ราย โดยสตาร์ทอัพไทย ที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 72 ราย มูลค่า 108 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,780 ล้านบาท ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มีสตาร์ทอัพเข้าถึงแหล่งทุน 220 ราย มูลค่า 1,160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.06 หมื่นล้านบาท







