posttoday
บี้เบิกจ่ายภาครัฐ

บี้เบิกจ่ายภาครัฐ

08 ตุลาคม 2559

บัญชีกลาง ตั้งแท่นรีดเบิกจ่ายโครงการขนาดเล็กไตรมาสแรกปีงบ 2560 วงเงิน 9 หมื่นล้าน

บัญชีกลาง ตั้งแท่นรีดเบิกจ่ายโครงการขนาดเล็กไตรมาสแรกปีงบ 2560 วงเงิน 9 หมื่นล้าน

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางจะเร่งรัดเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2560 โดยให้ส่วนราชการที่มีแผนการลงทุนขนาดเล็กและอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง มีประมาณ 9 หมื่นล้านบาท โดยได้วางแผนให้มีการเร่งเบิกจ่ายภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 หรือถือเป็นไตรมาส 4 ของปี 2559 รวมทั้งได้ประสานงานคลังจังหวัดเป็นเครือข่ายเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอีกด้วย ส่วนโครงการขนาดใหญ่ขึ้นไปก็จะมีการเดินหน้าเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2-3 ของปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป

สำหรับเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 96% และงบลงทุนอยู่ที่ 87% โดยในปีงบประมาณ 2560 มีกรอบงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 2.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.104 ล้านล้านบาท คิดเป็น 77% ของงบประมาณทั้งหมด และรายจ่ายลงทุนอยู่ที่ 5.47 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 20% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด โดยมีงบประมาณขาดดุลอยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณใหม่ กรมบัญชีกลางจะเร่งรัดให้ส่วนราชการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายให้มากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีงบประมาณที่ผ่านมา ที่ต่ำกว่าเป้าหมายราว 1.7% เท่านั้น เพราะยังมีปัญหาเรื่องบุคลากรที่มีอยู่จำกัด ทำให้การทำงานอาจยังไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรงบรายจ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นแม้ว่าการเบิกจ่ายจะต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ตัวเลขการเบิกจ่ายก็ยังมีประสิทธิภาพ

สำหรับวิสัยทัศน์ในการทำงานภายหลังจากเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลางนั้น น.ส.สุทธิรัตน์ ระบุว่า ยังคงเน้นการกำกับดูแลบริหารการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพราะงบประมาณดังกล่าวถือเป็นเงินของแผ่นดิน ซึ่งรวมทั้งเงินในและนอกระบบที่มีอยู่จำนวนหลาย ๆ ล้านบาท โดยจะแบ่งการกำกับดูแลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งานให้บริการ จะมีการกำกับดูแลการใช้จายเงินของส่วนราชการให้ถูกต้องตามกฎ ระเบียบที่กำหนด และต้องเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว

นอกจากนี้ จะเน้นเรื่องการกำกับดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ เช่น การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลทั้งในส่วนของราชการหรือเงินลงบุคคลต้องทำให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงอาจมีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้ทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น ขณะนี้รัฐบาลพยายามผลักดันระบบ e-Payment หรือการยกระดับประเทศเป็นยุค 4.0

"กรมก็ต้องดูแลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะการจ่ายเงินเพื่อดูแลสวัสดิการประชาชนผ่านระบบ e-Payment ทำให้มีฐานข้อมูลของผู้รับสวัสดิการทั้งประเทศ นับเป็นประโยชน์อย่างมาก" น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค