posttoday
'พร้อมเพย์' อาจไม่พร้อม วอนธปท. อย่าลอยแพแบงก์

'พร้อมเพย์' อาจไม่พร้อม วอนธปท. อย่าลอยแพแบงก์

07 ตุลาคม 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน ก็จะถึงกำหนดการเปิดให้ใช้ระบบการโอนเงินชำระเงินพร้อมเพย์ ในเดือน ต.ค. 2559 แต่จนถึงขณะนี้ยังมีปัญหาการเชื่อมต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้มีแนวโน้มว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินอาจจะต้องเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการโอนเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลออกไป

ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า กำลังรอหารือกับ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. หลังจากกลับจากการประชุมต่างประเทศในวันที่ 11 ต.ค.นี้ ถึงประเด็นขัดข้องของระบบพร้อมเพย์ โดย ปรีดี ยอมรับว่า การเชื่อมระบบพร้อมเพย์ยังไม่สมบูรณ์ แม้คณะทำงานด้านไอทีของสมาคมฯ จะเร่งทำงานกันอย่างหนักสัปดาห์ละ 7 วัน วันละ 24 ชั่วโมง เพื่อทดสอบระบบ โดยเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดของพร้อมเพย์ คือ เสถียรภาพและความปลอดภัย เพราะระบบการเงินเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของประชาชน

สมคิด จิรานันตรัตน์ ประธานชมรมไอที สมาคมธนาคารไทย ให้ข้อมูลว่า ความไม่พร้อมของพร้อมเพย์นั้นเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินไทยที่มีอยู่เดิมและระบบชำระเงินของโวคาลิงก์จากอังกฤษที่ว่าจ้างมาพัฒนาระบบ โดยทั้งสองระบบไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากมีพื้นฐานแตกต่างกันมาก

ทั้งนี้เนื่องจาก โวคาลิงก์จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาระบบชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และด้วยความที่ระบบแตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาทดสอบระบบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม เพราะต้องมีการทดสอบในทุกจุดที่จะมีการเชื่อมต่อกัน และแต่ละจุดต้องทดสอบซ้ำๆ กันหลายครั้ง  เพื่อให้เกิดความมั่นใจทั้งการใช้งานและระบบรักษาความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม สมคิด ระบุว่า แม้แนวโน้มการโอนเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านระบบพร้อมเพย์อาจเริ่มไม่ทันตามกำหนด แต่จะไม่กระทบกับแผนการชำระเงินระหว่างรัฐกับบุคคล (Government-to-Customer : G to C) ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตามกำหนดภายในเดือน พ.ย.นี้

สำหรับระบบพร้อมเพย์ถือเป็นเฟสแรกของแผนพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) แต่เบื้องหลังความไม่พร้อมของระบบพร้อมเพย์อาจจะไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเชื่อมต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะมีเสียงสะท้อนในแวดวงธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบพร้อมเพย์ว่า ปัญหาดังกล่าว ได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่าปัญหาการเชื่อมต่อ ปัญหาระบบไอที เป็นเพียงปลายเหตุของความล่าช้าดังกล่าว

แต่ปัญหาที่แท้จริงน่าจะมาจากเจ้าภาพในเรื่องพร้อมเพย์ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้เข้าไปติดตามและร่วมกันตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆ กับธนาคารพาณิชย์ มีแต่คอยรับทราบรายงานความคืบหน้าเท่านั้น การปล่อยให้ธนาคาพาณิชย์ที่มีฐานลูกค้าที่แตกต่างกัน ผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ทำให้มีความเห็นแตกต่างกัน ไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุป หรือฟันธงในการแก้ปัญหาที่เกิดระหว่างทางได้

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องที่ว่าปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายมารับรองธุรกรรมประเภทพร้อมเพย์ ทำให้มีความเสี่ยงมากหากเกิดการทุจริตหรือโจรกรรมโดยโจรไฮเทคเกิดขึ้น รัฐบาลจึงควรมีการออกกฎหมายมารองรับ กำหนดบทลงโทษและความรับผิดชอบจากความเสียหายให้ชัดเจนก่อนที่จะนำระบบพร้อมเพย์มาให้ประชาชนใช้

ดูแล้วความไม่พร้อมของระบบพร้อมเพย์จะมีปัญหาลึกมากกว่าแค่เรื่องระบบไอที และ ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลระบบสถาบันการเงิน ระบบชำระเงิน คงต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังขึ้น เพื่อให้ระบบการชำระเงินแห่งชาติของรัฐบาลเกิดขึ้นได้ และหากพร้อมเพย์ไม่พร้อมที่จะใช้จริงตามที่ตั้งเป้าเปิดใช้เดือน ต.ค.นี้ ธปท.และธนาคารพาณิชย์ก็ต้องยอมรับความจริง และเร่งปรับปรุงให้สามารถใช้ได้จริงโดยเร็วที่สุด

เพราะถึงอย่างไร ระบบนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ประเทศไทย 4.0 ช่วยลดต้นทุนการใช้เงินสดและต้นทุนการค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์ได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ